
ต่างชาติกลับมาซื้อบอนด์-หุ้น
คาดมาตรการกดดอกเบี้ยได้ผล สหรัฐคิดนานก่อนตัดสินใจขึ้น
คาดมาตรการกดดอกเบี้ยได้ผล สหรัฐคิดนานก่อนตัดสินใจขึ้น
สมาคมตราสารหนี้คาดเงินชะลอไหลออก พลิกกลับเข้าซื้อบอนด์ เก็บหุ้นกว่า 2,000 ล้าน
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า การที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากสถาบันการเงินเป็นติดลบ 0.1% และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังใช้นโยบายการเงินผ่อนปรนต่อเนื่อง ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย จึงมีความเป็นไปได้ที่จะไม่เกิดเหตุการณ์เงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่รวมถึงไทย ในลักษณะแตกตื่นเหมือนที่กังวลกัน เพราะมีมาตรการคิวอีออกมาเสริมสภาพคล่องโลกอยู่ต่อไป
“ส่วนตัวยังเชื่อว่าเฟดยังคงปรับขึ้นดอกเบี้ย 4 ครั้ง ในปีนี้อย่างที่ประกาศไว้ แต่จะทำอย่างระมัดระวัง เพราะการที่ธนาคารกลางต่างๆ ยังต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเห็นว่าโลกยังมีความเสี่ยงสูง หากสหรัฐตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไปก็อาจจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐได้ ความไม่แน่นอนที่ยังมีอยู่ อาจจะทำให้เกิดการชะลอตัวของเงินไหลกลับไปสหรัฐ” น.ส.อริยา กล่าว
ขณะเดียวกัน ยังทำให้เงินทุนไหลเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ไทยด้วย โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะสั้น เห็นได้ชัดเจนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอัตราผลตอบแทนลดลง และคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะคงดอกเบี้ยระยะสั้นตลอดทั้งปี 2559
ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในตลาดตราสารหนี้รวม 41,412 ล้านบาท แบ่งเป็น วันที่ 25 ม.ค. จำนวน 9,634 ล้านบาท วันที่ 26 ม.ค. จำนวน 2,437 ล้านบาท วันที่ 27 ม.ค. จำนวน 13,534 ล้านบาท วันที่ 28 ม.ค. จำนวน 10,413 ล้านบาท และวันที่ 29 ม.ค. ซื้อ 5,394 ล้านบาท ขณะที่สัปดาห์ก่อน (18-22 ม.ค.) ต่างชาติขายสุทธิ 4,599 ล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2558 ต่างชาติขายกว่า 1 แสนล้านบาท
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง (26-29 ม.ค.) เมื่อวันศุกร์ปิดที่ 1,300.98 จุด บวก 0.98% จากแรงซื้อของต่างชาติถึง 2,482.48 ล้านบาท แต่รวมทั้งเดือน ม.ค. นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 7,965.93 ล้านบาท
ด้าน บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทแข็งค่าหลุด 36 บาท มาอยู่ใกล้ 35.65 บาท ซึ่งแข็งค่าสุดในรอบ 2 เดือน สอดคล้องกับแรงซื้อสุทธิพันธบัตรและหุ้นไทยของต่างชาติ คาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวแถว 35.50-35.90 บาท/เหรียญสหรัฐ







