
ห่วงโซ่ธุรกิจ...หมดห่วง ในยุคเทคโนโลยี
ไตรรงค์ บุตรากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบี
ไตรรงค์ บุตรากาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าเอสเอ็มอี ทีเอ็มบี
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผลประกอบการของปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้างครับ ในปีหนึ่งๆ มี Startup หรือผู้ประกอบการมือใหม่เพิ่มขึ้นทุกที แต่ธุรกิจที่อยู่รอดและเติบโตอย่างแข็งแรงกลับลดลง ถึงเป็นอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งท้อกันนะครับ เราอยู่ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ผมจะแนะนำเทคโนโลยีที่ช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ประกอบการ เทคโนโลยีที่ทำให้ซัพพลายเชนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยข้อมูลที่ส่งผ่านถึงกันระหว่างธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำ จะเป็นเทคโนโลยีแบบไหนแล้วใช้ทำอะไรได้บ้าง มาดูตัวอย่างกันเลยครับ
เพิ่มประสิทธิภาพด้วย RFID
Radio Frequency Identification หรือ RFID คือระบบฉลากที่ถูกพัฒนาโดย Leon Theremin เป็นป้ายอิเล็กทรอนิกส์ (RFID Tag) ที่ติดไว้กับผลิตภัณฑ์หรือกล่องบรรจุภัณฑ์ สามารถอ่านค่าได้ผ่านคลื่นวิทยุ เพื่อตรวจสอบ ติดตามหรือบันทึกข้อมูลต่างๆ โดยบอกรายละเอียดว่า สินค้าชิ้นนี้คืออะไร ผลิตที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ผลิตโดยใคร ประกอบด้วยชิ้นส่วนใดบ้าง แต่ละชิ้นมาจากที่ไหน รวมทั้งตำแหน่งที่ตั้งของสินค้าว่าอยู่ที่ใดในโลก ช่วยให้ติดตามสินค้าได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องอาศัยการสัมผัส หรือเห็นสินค้าชิ้นนั้น เจ้าของธุรกิจจึงตรวจเช็คสินค้าคงคลังของตัวเองและซัพพลายเออร์ได้ รวมทั้งไปตรวจหาความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานหรือการขนส่ง ให้พนักงานแก้ไขข้อผิดพลาดได้ทันที เป็นการลดความผิดพลาดเลี่ยงการทำงานซ้ำซ้อน เพิ่มประสิทธิภาพให้ซัพพลายเชน และลดค่าใช้จ่าย
เข้าถึงลูกค้าด้วย Social Media
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะนี้โซเชียลมีเดียเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมสูงมาก จากสถิติมีผู้ใช้ Facebook ถึง 1,230 ล้านคน และผู้มีใช้ทวิตเตอร์กว่า 288 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่กว่า 70% เริ่มใส่ใจกับการสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์มากขึ้น เพราะเชื่อว่าโลกออนไลน์คือหนึ่งในกลยุทธ์หลักของการพัฒนาซัพพลายเชน ถือเป็นวิธีสร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้กับผู้บริโภควงกว้าง และทำให้มีโอกาสรับทราบความต้องการของผู้บริโภคผ่านการสื่อสาร ทำให้เพิ่มโอกาสในการเพิ่มยอดขายและเป็นบริการหลังการขายได้ด้วย เช่น รายงานสถานการณ์ หรือแจ้งเหตุที่เป็นอุปสรรคระหว่างจัดส่ง ให้ลูกค้าติดตามสถานะการส่งได้ตลอดเวลา ลูกค้าก็สะดวกใจ โซเชียลมีเดียไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมาก เพียงอาศัยความสม่ำเสมอในการอัพเดท นับเป็นอีกช่องทางที่มีประโยชน์มหาศาล
ใช้เทคโนโลยีลดความซับซ้อนของซัพพลายเชน
ในอดีตการจัดการซัพพลายเชนที่ดีคือการลดราคาต้นทุนให้ได้มากที่สุด แต่ปัจจุบันปัจจัยที่บ่งบอกว่ามีการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่ดีคือการควบคุมราคาให้ได้พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการซัพพลายเชนยิ่งมีขั้นตอนมากก็ยิ่งซับซ้อน การตัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาทำงานและลดค่าใช้จ่าย เช่น การหาเครื่องจักรเข้ามาทำงานบางอย่างแทนคน มีเคสของผู้ประกอบการรายหนึ่งที่ผมได้คุยด้วย เขาต้องการลดเวลาแพ็กสินค้าให้ได้มากสุดเพื่อเพิ่มจำนวนการผลิตต่อวัน แต่ปัญหาคือพนักงานทำงานจนไม่มีเวลาพักและต้องทำโอทีทุกวัน พนักงานรู้สึกเมื่อยล้าทำงานได้น้อยลง จึงนำ Free Roller หรือสายพานลำเลียงสินค้ามาใช้ พนักงานไม่ต้องเดินไปเดินมาย้ายสินค้าหลายรอบ เพียงรอให้สินค้าบนสายพานมาถึงตัวแล้วหยิบใส่กล่อง ดันเข้าเครื่องเพื่อปิดกล่อง พนักงานเหนื่อยน้อยลง ทำงานได้มากขึ้นเกือบ 3 เท่า
เห็นไหมครับว่าหากเลือกลงทุนกับเทคโนโลยีที่เหมาะสมนอกจากจะพัฒนาคุณภาพสินค้า ยังสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้พร้อมกัน หากทำงานตามออร์เดอร์ได้เร็วลูกค้าก็ไม่ต้องรอ สร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาลูกค้า ยังมีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่รอให้คุณทำความรู้จักและนำมาใช้ การลงทุนกับเทคโนโลยีอาจจะเป็นเงินจำนวนมากในตอนแรกแต่ผลลัพธ์ที่ได้ในระยะยาวนั้นคุ้มค่า ประสิทธิภาพเกิดได้แค่มุมมองเปลี่ยน อย่าหยุดเปลี่ยนแปลงหากทำให้ธุรกิจของคุณแข็งแรงมากขึ้น







