
ราคาน้ำมันผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว
ราคาน้ำมันในช่วงตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนมาถึงปัจจุบันถูกกดดันอย่างหนักจากทั้งข่าวความขัดแย้งในกลุ่ม OPEC ที่สามารถตกลงกันเรื่องโควตาการผลิตน้ำมันของกลุ่ม และข่าวการยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในเดือน ม.ค.
ราคาน้ำมันในช่วงตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนมาถึงปัจจุบันถูกกดดันอย่างหนักจากทั้งข่าวความขัดแย้งในกลุ่ม OPEC ที่สามารถตกลงกันเรื่องโควตาการผลิตน้ำมันของกลุ่ม และข่าวการยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในเดือน ม.ค.
โดยในการประชุม OPEC เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ประเทศสมาชิกไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องโควตาการผลิตน้ำมัน และได้ยกเลิกเพดานการผลิตที่ 30 ล้านบาร์เรล/วัน ที่เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2012 แม้ว่าประเทศสมาชิกหลายประเทศ อาทิ อิหร่านและเวเนซุเอลา จะเรียกร้องให้ลดกำลังการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมัน
โดยในปี 2015 กลุ่มประเทศสมาชิก OPEC ผลิตน้ำมันในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง นำโดยซาอุดิอาระเบียและอิรักที่ผลิตน้ำมันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 10.3 ล้านบาร์เรล และ 4.38 ล้านบาร์เรล/วัน ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำมันของกลุ่ม OPEC อยู่ในระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ก.ย. ปี 2008
นอกจากนี้ การยกเลิกการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ยังทำให้อิหร่านสามารถกลับมาส่งออกน้ำมันดิบสู่ตลาดโลกได้ทันที โดยนักวิเคราะห์คาดว่าอิหร่านจะเพิ่มปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบได้ราว 3-4 แสนบาร์เรล/วัน ในปีนี้
แม้ว่าปริมาณน้ำมันจากกลุ่มประเทศ OPEC จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ราคาน้ำมันที่ลดลงมากว่า 70% จากจุดสูงสุดในช่วงกลางปี 2014 ก็ได้สร้างแรงกดดันอย่างมากต่อการผลิตน้ำมันในสหรัฐ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าจนผู้ผลิตหลายรายต้องหยุดการขุดเจาะน้ำมันเนื่องจากราคาขายไม่คุ้มกับต้นทุนในการขุดเจาะ โดยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐเริ่มลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากบริษัทน้ำมันลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน (Capital Expenditure) และกิจกรรมการขุดเจาะน้ำมันลงตั้งแต่ต้นปี 2015 เห็นได้จากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบ (Rig Counts) จากราว 1,600 แท่น ในช่วงปี 2014 เหลือเพียง 510 แท่น ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2010
นอกจากนี้ ปริมาณน้ำมันจากหินดินดาน (Shale Oil) จะหมดไปอย่างรวดเร็วถึง 75% ของบ่อภายในปีแรกของการผลิต ดังนั้น หากลดการลงทุนลงก็จะส่งผลให้ปริมาณการผลิตน้ำมันที่ได้ลดลงอย่างมาก
สหรัฐผลิตน้ำมันคิดเป็น 25% ของการผลิตประเทศนอกกลุ่ม OPEC และ 15% ของการผลิตทั้งโลก ซึ่งการชะลอการลงทุนขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐจะทำให้อุปทานน้ำมันลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีหน้า โดยองค์กรสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) คาดว่าสหรัฐจะผลิตน้ำมันลดลงราว 700 บาร์เรล/วัน ในปี 2016 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว การลดลงของการผลิตน้ำมันในสหรัฐจะทำให้ตลาดน้ำมันดิบโลกที่เผชิญภาวะอุปทานล้นตลาดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เริ่มเข้าสู่สมดุลมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้







