
กรณ์แนะธปท.เร่งแก้ส่วนต่างดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม
กรณ์หารือผู้ว่าฯธปท. แนะดูแลส่วนต่างดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม เพื่อประโยชน์ประชาชน ด้านธปท.แจงพยายามลดส่วนต่างดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง
กรณ์หารือผู้ว่าฯธปท. แนะดูแลส่วนต่างดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม เพื่อประโยชน์ประชาชน ด้านธปท.แจงพยายามลดส่วนต่างดอกเบี้ยลงต่อเนื่อง
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวภายหลังเข้าหารือกับ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า การทำงานที่ผ่านมาระหว่างกระทรวงคลัง และธปท.มีประส่านงานกันอย่างใกล้ชิด โดยในการดำเนินนโยบายการเงินในช่วงที่ผ่านมาเห็นว่า ธปท.ทำได้ค่อนข้างดี และมีการประสานกับนโยบายการคลังอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมด้วยว่า ธปท.ยังมีหน้าที่กำกับดูแลสถาบันการเงินด้วย ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.ควรจะฟังความเห็นและความต้องการของประชาชนมากขึ้น รวมถึงฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะธปท.จำเป็นที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักในการทำงาน ทั้งในเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมที่เป็นธรรม ถือเป็นเรื่องทีท้าทายของธปท.ที่จะดูแลประโยชน์ประชาชน พร้อมกับการสร้างความแข็งแกร่งของระบบสถาบันการเงิน
ด้าน นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธปท. กล่าวว่า ขณะนี้คลังและธปท.เห็นตรงกันว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ ธปท.กำหนดในปีนี้ที่ 0.5-3% ยังเป็นเป้าหมายที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจของไทย และทำงานได้ทั้งในภาครัฐบาลและธปท. ส่วนเรื่องการกำกับสถาบันการเงิน ทั้งในเรื่องส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และการปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียมนั้น เชื่อว่า รมว.คลังมีความเข้าใจอย่างดีว่าที่ผ่านมา ธปท. และธนาคารพาณิชย์พยายามที่จะลดส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่เรื่องการปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมนั้น ธปท.ไม่ได้ต้องการที่จะคุมค่าธรรมเนียมให้อยู่ในอัตราเท่าไร แต่การปรับปรุงโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ ธปท.ทำอยู่นั้น ต้องการให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน หากมีรายการใดที่ต้นทุนลดลงแล้วธนาคารพาณิชย์ก็ควรลดค่าธรรมเนียมตาม
“ธปท.อยากทำความเข้าใจกับสังคมว่า การคิดส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ย จะคิดจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์ลบด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากไม่ได้ เพราะมีสินเชื่อบางส่วนที่ไม่ได้รายรับ และเงินฝากบางส่วนไม่มีรายจ่าย ทำให้จะต้องพิจารณาจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ (NIM ) แทน ซึ่งในขณะนี้ของไทยอยู่ที่ 2.9% ลดลงจาก 3.3% ในช่วง2 ปีก่อน ซึ่งถือว่าเป็นอัตราที่มองตรงกันว่าใช้ได้ ไม่ได้สูงมากนัก และเมื่อเทียบกับภูมิภาคนี้ถือเป็นระดับกลางๆ ซึ่งมีบางประเทศที่สูงถึง 5.5% ในขณะที่มาเลเซีย และสิงคโปร์อยู่ที่ 2.2%” ผู้ว่าการธปท.กล่าว







