
ส่งออกไทย ‘ติดหล่ม’ ย้อนสถิติ 4 ปีเดี้ยงเกือบทุกกลุ่ม
ประกาศออกมาแล้วสำหรับตัวเลขการส่งออกในเดือน ธ.ค. 2558 ที่ติดลบ 8.73% เทียบกับเดือน ธ.ค. 2557
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
ประกาศออกมาแล้วสำหรับตัวเลขการส่งออกในเดือน ธ.ค. 2558 ที่ติดลบ 8.73% เทียบกับเดือน ธ.ค. 2557 และเป็นการติดลบหนักสุดในรอบ 4 ปี 1 เดือน ส่งผลให้ไทยทำสถิติส่งออกติดลบ 3 ปีติดต่อกัน
ทั้งนี้ ในปี 2555 การส่งออกไทยขยายตัว 3.1% โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.29 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ต่อมาในปี 2556 ติดลบ 0.3% มูลค่าอยู่ที่ 2.28 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2557 ติดลบ 0.4% มูลค่าอยู่ที่ 2.27 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และล่าสุดปี 2558 ติดลบต่อเนื่องอีก 5.78% ส่งผลให้มูลค่าส่งออกเหลือ 2.14 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนได้ว่าการส่งออกไทยเข้าสู่ภาวะ “ถดถอย” ในขณะที่เศรษฐกิจโลกขยายตัว 3-4% ต่อปี และการค้าโลกขยายตัว 3-5% ต่อปีในช่วงที่ผ่านมา
แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์ จะชี้แจงว่า การส่งออกของไทยที่ลดลงจนติดลบ เป็นผลจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประกอบกับราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน สินค้าเกษตรส่งออกลดลง และส่วนแบ่งตลาดส่งออกสินค้าของไทยในตลาดโลกไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อย
แต่เมื่อพิจารณาการส่งออกสินค้าเป็นรายกลุ่มสินค้า จะพบว่า กลุ่มสินค้าที่เคยเป็นอนาคตของภาคการส่งออกไทยมีทิศทางการเติบโตที่ไม่แน่นอน และกำลังดิ้นรนปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
เช่น กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ แผงวงจรไฟฟ้า เป็นต้น มีอัตราการเติบโตที่ลดลงต่อเนื่อง โดยปี 2555 การส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัว 1.8% จากนั้นการส่งออกติดลบ 1% ในปี 2556 ก่อนจะขยายตัวเป็นบวก 4.3% ในปี 2557 และติดลบ 1.3% ในปี 2558
โดยปี 2555 มูลค่าการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่ 32,005 ล้านเหรียญสหรัฐ และปี 2558 มีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 32,593 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าก็มีสถานการณ์ที่ไม่แตกต่างกันนัก โดยในปี 2555 การส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าขยายตัว 2.6% จากนั้นขยายตัวได้ 0.9% ในปี 2556 และขยายตัว 2.5% ในปี 2557 ก่อนจะติดลบ 5.2% ในปี 2558 โดยมูลค่าการส่งออกในปี 2555 อยู่ที่ 22,800 ล้านเหรียญสหรัฐ และมูลค่าลดลงเหลือ 22,318 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558
เช่นเดียวกับการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ซึ่งพบว่า มูลค่าการส่งออกลดลงรุนแรง โดยปี 2555 มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 38,641 ล้านเหรียญสหรัฐ และลดลงเหลือ 32,960 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2558 โดยปี 2555 การส่งออกสินค้าเกษตรติดลบ 10.8% ปี 2556 ติดลบ 4.9% ปี 2557 ติดลบ 5.2% และปี 2558 ติดลบ 7.4%
โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรหลักๆ คือ ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง และน้ำตาล ติดลบทั้งปริมาณและมูลค่าการส่งออก
แม้กระทั่งการส่งออกสินค้าอาหาร เช่น อาหารทะเล กุ้งสด ผักผลไม้ ไก่สด พบว่า มูลค่าการส่งออกในปี 2558 อยู่ที่ 17,112 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปี 2555 ที่มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 18,484 ล้านเหรียญสหรัฐ มีเพียงสินค้าอาหารประเภทไก่สดแช่แข็งและแปรรูปที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยขยายตัว 10% ในปี 2555 ขยายตัว 0.6% ในปี 2556 ขยายตัว 4.3% ในปี 2557 และขยายตัว 4.5% ในปี 2558
นอกจากนี้ กลุ่มสินค้าที่ถือว่าน่าเป็นห่วงอีกกลุ่ม คือ กลุ่มสินค้าเม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ปี 2558 มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 11,862 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2555 ที่มูลค่าส่งออกอยู่ที่ 11,852 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเพียง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
สำหรับกลุ่มสินค้าที่ยังมีอนาคตเพราะปรับตัวได้ดี คือ กลุ่มยานยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน โดยปี 2558 มูลค่าส่งออกเพิ่มเป็น 31,361 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีมูลค่า 28,684 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 9.3% แต่สินค้าที่ทำให้การส่งออกในกลุ่มรถยนต์ขยายตัวกลับเป็นรถยนต์อีโคคาร์แทนที่จะเป็นรถปิกอัพเหมือนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2558 การส่งออกปิกอัพและรถบรรทุกติดลบ 20.5% ต่อเนื่องจากปี 2557 ที่ติดลบ 2.2%
เหล่านี้คือโจทย์ใหญ่ที่รอรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจ ที่มี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีม เข้ามาแก้ปัญหาโดยด่วน







