
การระดมทุนของรัฐในตลาดทุน
โดย...ดร.พิชิต อัคราทิตย์
โดย...ดร.พิชิต อัคราทิตย์
รัฐบาลมีบทบาทหน้าที่ต้องดำเนินนโยบายภาครัฐต่างๆ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน การดำเนินนโยบายภาครัฐดังกล่าวต้องใช้เงิน และส่วนมากรัฐบาลก็มักอยากจะมีสิ่งที่ต้องการจะทำมากกว่าจำนวนเงินที่มีในแต่ละปี ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องหาเงินมาให้มากพอ โดยการเก็บภาษีอากร โดยรายได้จากรัฐวิสาหกิจและการลงทุนต่างๆ หากยังไม่พอรัฐบาลก็ต้องกู้จากประชาชน
ถ้าเก็บภาษีมากๆ ประชาชนก็จะไม่พอใจ และเป็นปัญหาความอยู่รอดทางการเมืองของรัฐบาลได้ รายได้จากรัฐวิสาหกิจและการลงทุนก็มีข้อจำกัด เพราะขึ้นกับกำไรของรัฐวิสาหกิจและสิ่งที่รัฐไปลงทุน การกู้เงิน หากทำมากๆ จนหนี้สาธารณะมีสัดส่วนต่อจีดีพีสูง รัฐบาลก็จะถูกลดความน่าเชื่อถือลง จนอาจถึงขนาดหากู้จากที่ไหนได้ยากหรือไม่ได้เลย
ในหลายโอกาส ประเทศมีความจำเป็นต้องใช้เงินในการพัฒนาประเทศ แต่ความสามารถในการหาเงินของรัฐบาลมีข้อจำกัด ก็ทำให้การพัฒนาประเทศถูกจำกัดไปด้วย
ทางออกหนึ่งซึ่งนิยมใช้กันมากในขณะนี้ คือ ให้โครงการภาครัฐที่ใช้ในการพัฒนาประเทศดังกล่าว “หาเงินเอง” โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการภาครัฐที่มีรายได้เป็นของตนเอง
โครงการภาครัฐประเภทโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนมากมีรายได้เอง เช่น โครงการรถไฟฟ้าในเมือง สามารถเก็บค่าโดยสารจากผู้โดยสารได้ โครงการถนนทางด่วน ก็เก็บค่าผ่านด่านการใช้ทางได้จากผู้ขับรถที่ใช้เส้นทาง เป็นต้น
ในประเทศที่ตลาดทุนเข้มแข็ง กระแสรายได้ในอนาคตสามารถเปลี่ยนเป็นเงินก้อนในปัจจุบันเพื่อใช้ในการลงทุนโครงการนั้นๆ ได้ ผ่านเครื่องมือทางการเงินในตลาดทุน
กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นเครื่องมือทางการเงินประเภทหนึ่งที่ทำบทบาทดังกล่าวได้ โดยใช้กระแสรายได้ในอนาคตมาใช้ระดมทุนจากประชาชน แล้วนำมาลงทุนโดยไม่ต้องใช้เงินงบประมาณของภาครัฐ
ในโลกการเงิน การเปลี่ยนรายได้ในอนาคตมาเป็นเงินก้อนปัจจุบันเพื่อการลงทุน ทำได้โดยต้องพิจารณาถึงผลตอบแทน และความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ ถ้านักลงทุนยอมรับความเสี่ยงและผลตอบแทนของโครงการไม่ได้ รัฐก็ไม่สามารถระดมทุนได้อย่างที่ต้องการ
มีนักลงทุนไทยในสัดส่วนสูงที่รับความเสี่ยงได้น้อย และมีนักลงทุนคิดเป็นสัดส่วนน้อยที่รับความเสี่ยงได้มากๆ ทำให้โครงการลงทุนที่มีความเสี่ยงมาก มักจะระดมทุนได้จำนวนน้อย และโครงการลงทุนที่มีความเสี่ยงน้อย มักจะระดมทุนได้จำนวนมาก
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ซึ่งโดยปกติย่อมต้องมีความเสี่ยงมากบ้างน้อยบ้างตามสภาพธุรกิจปกติ จึงมีความจำเป็นต้องออกแบบให้มีระดับความเสี่ยงพอเหมาะกับจำนวนเงินที่ต้องการระดมทุน
รัฐบาลอาจต้องประกันความเสี่ยงของโครงการในระดับใดระดับหนึ่ง หากต้องการระดมทุนจำนวนมากๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึงนักลงทุนส่วนมากที่รับความเสี่ยงได้น้อย เช่น การรับประกันว่าจะชดเชยผลตอบแทนให้นักลงทุนหากผลตอบแทนจริงของโครงการต่ำกว่าที่แจ้งนักลงทุนไว้เมื่อเริ่มระดมทุน หรือประกันผลตอบแทนขั้นต่ำเช่นเดียวกับกองทุนวายุภักษ์หนึ่งในอดีต
การลงทุนในโครงการภาครัฐโดยใช้ตลาดทุนในการระดมทุน เป็นทางเลือกที่ดีในการลดภาระทางการเงินภาครัฐ (ไม่ต้องขึ้นภาษี ไม่ต้องเพิ่มหนี้สาธารณะ) เป็นสิ่งที่ทำได้ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตลาดทุนไทยในระยะยาว







