
TRCเพิ่มเป้ารายได้
ก่อสร้างบูมรับปีลงทุน TRC เพิ่มเป้ารายได้ บุก CLMV ด้าน เนาวรัตน์ฯ รับงานพันล้าน
ก่อสร้างบูมรับปีลงทุน TRC เพิ่มเป้ารายได้ บุก CLMV ด้าน เนาวรัตน์ฯ รับงานพันล้าน
นายภาสิต ลี้สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น (TRC) เปิดเผยว่า ช่วงต้นปี 2559 บริษัทได้ปรับเป้าหมายรายได้เพิ่มเป็น 8,600 ล้านบาท จากเดิมที่วางไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท เนื่องจากมีแผนที่จะเข้าประมูลงานขนาดใหญ่อีกหลายโครงการ คาดว่าในสิ้นปี 2559 บริษัทจะมีมูลค่างานในมือ (Backlog) มากกว่า 5 หมื่นล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปัจจุบันที่มีประมาณ 6,600 ล้านบาท
สำหรับงานใหญ่ที่รอเข้าประมูลงานก่อสร้างเหมืองโปแตช ในส่วนงานระบบบนดินของบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ ซึ่งบริษัทร่วมถือหุ้นมีมูลค่างานประมาณ 3.5-4 หมื่นล้านบาท รวมถึงการประมูลงานท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 ของบริษัท ปตท. (PTT) มูลค่ารวมทั้งโครงการมากกว่า 1 แสนล้านบาท จะเห็นการประมูลในช่วงปลายไตรมาส 2 หรือต้นไตรมาส 3 บริษัทคาดหวังว่าจะได้งานนี้มูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จากงานวางท่อและก่อสร้างสถานีวัดความดัน ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ โดยบริษัทมีแผนร่วมกับพันธมิตร คือ กลุ่มไชน่า เรลเวย์ จะเข้าประมูลซึ่งจะเปิดประมูลในช่วงกลางปีหรือปลายปีนี้
นอกจากนั้น บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับรัฐบาลโดยร่วมกับพันธมิตรเพื่อขอรับสิทธิการลงทุนสร้างและบริหารส่งน้ำมัน สร้างต่อจากท่อของบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (แทปไลน์) ที่ จ.สระบุรี ไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือมูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
นายภาสิต กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะยื่นประมูลงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศเพื่อนบ้านกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) ขนาด 2,000 เมกะวัตต์ มูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะรู้ผลการประมูลในปี 2560 ส่วนสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) บริษัทจะร่วมทุนกับพันธมิตรในการเข้าประมูล คาดว่าไตรมาส 3 หรือปลายปี 2559 มีโอกาสจะได้ข้อสรุป PPA
ขณะที่บริษัทลูก คือ สหการวิศวกร ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ปีนี้ 50-60% หลังรวมงานใหม่ของโรงงานยาสูบเพื่อติดตั้งทดสอบระบบเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตบุหรี่ มูลค่า 837ล้านบาท เป็นงานสัญญาที่ 2 จากทั้งหมดประมาณ 6-7 สัญญา ซึ่งบริษัทมีความสนใจจะเข้าประมูลต่ออีกจำนวน 2-3 สัญญา เพราะขบวนการผลิตมีงานหลายขั้นตอนตั้งแต่เตรียมใบยาสูบจนถึงบรรจุเข้าซอง
“ช่วงกลางปีนี้อาจมีการทบทวนเป้ารายได้อีกครั้ง หากบริษัทได้งานโครงการใหม่เข้ามาเพิ่ม โดยเฉพาะท่อเส้นที่ 5 รวมถึงงานของโรงงานยาสูบที่มีโอกาสได้เข้ามาเพิ่มเติมอีก เพราะเป้ารายได้ที่วางไว้นับเฉพาะมูลค่างานในมือและงานใหม่ที่เข้ามาบางส่วนเท่านั้น แต่ถ้างานล่าช้าบริษัทอาจปรับเป้ารายได้ลดลงจากเดิมก็ได้ ถือเป็นการทบทวนแผนปกติ” นายภาสิต กล่าว
นายภาสิต กล่าวว่า บริษัทยังคงสนใจเป็นผู้ลงทุนเพื่อสร้างรายได้ประจำซึ่งอยู่ระหว่างเจรจากับรัฐบาล ร่วมกับพันธมิตรเพื่อขอรับสิทธิการลงทุนสร้างและบริหารส่งน้ำมัน โดยสร้างต่อจากท่อที่ จ.สระบุรี ไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ระยะทาง 200 กิโลเมตร จะสามารถสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้ ส่งผลให้ในอนาคตบริษัทจะมีแหล่งรายได้ประจำเพิ่มจากค่าธรรมเนียมจากผู้ที่มาใช้บริการส่งน้ำมันผ่านท่อของบริษัท ส่วนการถือหุ้นบริษัท อาเซียนโปแตชชัยภูมิ เพิ่มเป็น 25% นั้นยังคงเป็นไปตามสัญญาน่าจะทยอยเพิ่มทุนเสร็จและเข้าถือหุ้นได้ครบตามแผนในช่วงปลายไตรมาสแรกหรือต้นไตรมาส 2 ปี 2559
ด้านแหล่งเงินทุนในปี 2559 บริษัทมีแผนจะออกหุ้นกู้วงเงินประมาณ 2,400 ล้านบาท เพื่อเตรียมสำหรับโครงการเหมืองโปแตช ทำให้อัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) เพิ่มขึ้นจาก 0.9 เท่า เป็นไม่เกิน 2 เท่าตามนโยบายที่วางไว้ หากมีงานโครงการใหญ่ๆ เข้ามาเพิ่มเติมก็ต้องพิจารณาหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม
นางวัฒนา สัมนาวงศ์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ (NWR) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2558 บริษัทได้ร่วมลงนามในสัญญาก่อสร้างกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่ง (ท่าเทียบเรือ A) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ณ ท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มูลค่างาน 1,098 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 690 วัน
สำหรับราคาหุ้น TRC ปรับตัวขึ้นแรงปิดที่ 2.22 บาท บวก 0.16 บาท หรือ 7.77% สวนทางตลาดโดยรวมติดลบ 0.33 จุด ส่วนหุ้น ช.การช่าง (CK) ปิดเท่ากับวันก่อนที่ 26.50 บาท แม้นักวิเคราะห์หลายรายแนะนำให้ซื้อลงทุน เพราะนอกจากธุรกิจงานก่อสร้างในมือมีจำนวนมากแล้ว บริษัทในเครือยังมีความแข็งแกร่ง โดยเฉพาะบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เมื่อรวมธุรกิจทางด่วนกับรถไฟฟ้าใต้ดินแล้วจะทำให้บริษัทแห่งใหม่มีกำไรสุทธิจำนวนมาก และมีเงินทุนพร้อมขยายการลงทุนในโครงการของรัฐบาล
เมื่อวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้เร่งรัดโครงการลงทุนขนาดใหญ่กว่า 9 แสนล้านบาท คาดทำสัญญาให้เสร็จอย่างช้าภายในครึ่งแรกของปีนี้ ขณะที่ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง มั่นใจมีเงินทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชนในปีนี้รวมกันไม่น้อยกว่า 7.66 แสนล้านบาท







