
บลจ.ทิสโก้โกย195ล้าน
บลจ.ทิสโก้ ปี 2558 รายได้เกือบ 200 ล้าน ทริกเกอร์ฟันด์เข้าเป้า 20 กอง ส่งจีนขายต่อ
บลจ.ทิสโก้ ปี 2558 รายได้เกือบ 200 ล้าน ทริกเกอร์ฟันด์เข้าเป้า 20 กอง ส่งจีนขายต่อ
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 จำนวน 1.78 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8,774.04 ล้านบาท หรือ 5.2% เมื่อเทียบสิ้นปี 2557 โดยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพมีมูลค่าสินทรัพย์ 1.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.4% กองทุนรวมมีมูลค่าสินทรัพย์ 3.34 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% ส่วนกองทุนส่วนบุคคลมีมูลค่า 2.64 หมื่นล้านบาท ลดลง 10.9%
สาเหตุหลักมาจากการออกกองทุนรวมเพิ่มขึ้นในภาวะตลาดทุนที่เอื้ออำนวยและการเพิ่มขึ้นของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยมีรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนปี 2558 เพิ่มขึ้นจำนวน 195.57 ล้านบาท หรือ 2.10% มาอยู่ที่ 1,129.11 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ ตลอดปี 2558 บลจ.ทิสโก้ ออกกองทุนรวมตราสารทุนที่กำหนดเป้าหมายผลตอบแทน (อิควิตี้ ทริกเกอร์ ฟันด์) ทั้งไทยและต่างประเทศ กองทุนรวมน้ำมัน กองทุนเฮลท์แคร์ กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นยั่งยืน (ESG) และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยทริกเกอร์ฟันด์ออกจำนวน 29 กองทุน ถึงเป้าหมายระหว่างปี 20 กองทุน
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บลจ.ทิสโก้ กล่าวว่า บลจ.ทิสโก้ ยังคงจับจังหวะช่วงเวลาการลงทุนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ที่สนใจลงทุนในต่างประเทศตั้งแต่วันนี้-28 ม.ค. 2559 เปิดขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า ทริกเกอร์ 8% #24 ตั้งเป้าหมายเลิกโครงการที่ 8% ภายใน 8 เดือน หรือ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งหลังจากเปิดให้ผู้ถือหน่วยลงทุนซื้อขายได้ทุกวันทำการ
“แนะนำเข้าซื้อช่วงหุ้นปรับฐาน เชื่อพื้นฐานเศรษฐกิจจีนยังดีอยู่ ภาครัฐเน้นการเติบโตจากการบริโภคในประเทศ รวมถึงภาคบริการเป็นหลัก มั่นใจว่าทางการจีนพร้อมดำเนินมาตรการทั้งการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตในระดับ 6.5-7%” นายสาห์รัช กล่าว
ปัจจุบันราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV) ของดัชนี HSCEI Index (H-Share) อยู่ในระดับ 0.7 เท่า ขณะที่ราคาต่อกำไรสุทธิ(พี/อี) ในอนาคตอยู่ 6-7 เท่า เมื่อพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นจีน จึงมองความเสี่ยงขาลงด้านราคาค่อนข้างจำกัด ถือเป็นโอกาสของผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูงและรับความเสี่ยงของความผันผวนในระยะสั้นได้
กองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก Hang Seng H-Share Index ETF โดยเน้นลงทุนหุ้นชั้นนำของจีน เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับดัชนี HSCEI มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท จองซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท







