
แรงขายระยะสัปดาห์ไม่มี ควรเพิ่มพอร์ต
ณ ช่วงเวลานี้ ผมได้ยินคำถามมากมายเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดหุ้น แต่สิ่งที่ผมคิดว่าทุกท่านอยากทราบก็คือ แนวโน้มและทิศทางของ SET Index ในปี 2559 ซึ่งในส่วนตัวผมแล้ว ก็เคยแสดงความคิดเห็นไว้ในบทความนี้ไปในหลายสัปดาห์ก่อน กล่าวคือ โดยส่วนตัวผมประเมินว่า ปีนี้มีโอกาสต้นร้าย กลางและปลายดี (แต่อาจจะไม่ดีมากๆ แต่น่าจะดีขึ้น) โดยมีข้อแม้ว่า SET Index ในช่วงไตรมาสแรกไม่ควรต่ำกว่า 1,200 จุด แต่ผมเข้าใจว่า ความมั่นใจของนักลงทุน ณ ขณะนี้ อาจจะมีไม่มากนัก
ณ ช่วงเวลานี้ ผมได้ยินคำถามมากมายเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดหุ้น แต่สิ่งที่ผมคิดว่าทุกท่านอยากทราบก็คือ แนวโน้มและทิศทางของ SET Index ในปี 2559 ซึ่งในส่วนตัวผมแล้ว ก็เคยแสดงความคิดเห็นไว้ในบทความนี้ไปในหลายสัปดาห์ก่อน กล่าวคือ โดยส่วนตัวผมประเมินว่า ปีนี้มีโอกาสต้นร้าย กลางและปลายดี (แต่อาจจะไม่ดีมากๆ แต่น่าจะดีขึ้น) โดยมีข้อแม้ว่า SET Index ในช่วงไตรมาสแรกไม่ควรต่ำกว่า 1,200 จุด แต่ผมเข้าใจว่า ความมั่นใจของนักลงทุน ณ ขณะนี้ อาจจะมีไม่มากนัก
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า การซื้อขายในเดือน ม.ค. ความผันผวนของ SET Index ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา จริงๆ แล้วกรณีเรามาพิจารณาข่าวร้ายที่นักลงทุนกลัวกัน เช่น การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เศรษฐกิจจีน การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบโลก และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เป็นต้น ต้องยอมรับว่าปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยในเชิงลบจริง แต่เป็นเรื่องเดิมๆ ที่เคยรับทราบอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรเลวร้ายกว่าเดิม มีโอกาสน้อยมากที่จะส่งผลต่อราคาหุ้น ยกตัวอย่างเช่น กรณีราคาน้ำมันเกาะแถวๆ 30 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อาจจะ 28-30 คาดว่าผลกระทบไม่น่าจะมี หรือสังเกตได้จากผลประกอบการไตรมาส 4 ของธนาคารพาณิชย์ที่ประกาศผลประกอบการออกมาไม่ดี แต่ปรากฏว่าราคาตลาดของหุ้นธนาคารพาณิชย์มีการปรับตัวสูงขึ้น เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวผมคิดว่า ปัจจัยลบเดิมๆ ไม่น่าจะมีผลเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทยอีกแล้ว?
สิ่งที่ต้องกังวลกรณีมองปัจจัยลบเดิมก็คือ การเกิดปัจจัยที่เลวร้ายกว่าที่คาด ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ เช่น ราคาน้ำมันดิบโลกลงไปที่ 10-20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อันนี้กระทบแน่นอน แต่ผมอยากให้นักลงทุนนำแนวคิดในความเป็นจริงมาคิดว่า มีความเป็นไปได้มากหรือน้อย เพราะกรณีการมองในอดีตราคาน้ำมันก็มีการปรับตัวขึ้นลงลักษณะเช่นนี้มาหลายครั้งและเป็นเรื่องปกติ โดยส่วนตัวผมคิดว่า โอกาสเกิด
เช่นนั้นยากมาก และหุ้นในกลุ่มพลังงานก็ลงมาเพราะราคาน้ำมันมากแล้ว ซึ่งปัจจัยบวกระยะสั้นก็เริ่มเห็น เช่น ประเด็น NGV ของ PTT เป็นต้น อีกทั้งการปรับประมาณการราคาเหมาะสมของกลุ่มพลังงานก็มีการปรับลงมาค่อนข้างมาก และบ่อยครั้งผมจะสังเกตว่า การปรับติดต่อกันมักจะทำให้ราคาตลาด LOW และจะมีการขึ้นแทบทุกครั้ง
ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค แม้อาจจะมองได้ว่า เป็นการแกว่งตัวแคบๆ กรณีการคิดแบบไม่ฟันธง อาจจะต้องรอการ Break out ของรูปแบบสามเหลี่ยม แต่อย่างไรก็ตามกรณีพิจารณาจากกราฟ จะพบว่า ความสมเหตุสมผลการเกิดสัญญาณแยกทางในด้านบวก พร้อมๆ กับการหลุดเที่ยวล่าสุดที่ไม่ต่ำกว่า 1,200 จุด ต้องทำให้ประเมินว่า น่าจะมีทิศทาง
ในเชิงบวก และกรณี SET Index ในช่วงสั้น ไม่ต่ำกว่า 1,235-1,240 จุด จะเห็น 1,286-1,294 จุด หรือ 1,313 จุด
บทสรุป ประเมินว่า ให้สังเกตแรงขายในระยะสัปดาห์หลังจากนี้ กรณีไม่ได้ทำให้ SET Index ปรับตัวลงไปต่ำกว่า แนวรับในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค ต้องประเมินถึงการปรับตัวขึ้นและหวังในการวิ่งรอบต่อไป น่าจะสู่ 1,350 จุด หรือ 1,400 จุด ระยะ 1-2 เดือน!!!







