
วิทย์ฯเร่งปั้นสตาร์ทอัพโอท็อป
เปิดโครงการคูปองวิทย์เพื่อโอทอป สร้าง “สตาร์ทอัพ” หวังเงินหมุน 5,000 ล้าน
เปิดโครงการคูปองวิทย์เพื่อโอทอป สร้าง “สตาร์ทอัพ” หวังเงินหมุน 5,000 ล้าน
นายวีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า กระทรวงวิทย์ฯ ได้เปิดตัวโครงการ “คูปองวิทย์เพื่อโอทอป” เพื่อนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มายกระดับผู้ประกอบการโอท็อปในประเทศไทย โดยจะสนับสนุนทีมที่ปรึกษาเข้าไปลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์ วงเงินส่งเสริมรายละ 3-5 แสนบาท/ปี คาดว่าในปีแรกจะเข้าไปยกระดับผลิตภัณฑ์โอท็อปได้กว่า 200 ผลิตภัณฑ์
นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า การทำโครงการคูปองวิทย์เพื่อโอทอป จะเข้าไปส่งเสริมผู้ประกอบการโอท็อป 3 กลุ่มได้แก่ 1.สตาร์ทอัพ โอท็อป เป็นกลุ่มประชาชน นักศึกษา และกลุ่มสหกรณ์ในพื้นที่ที่ต้องการสร้างสินค้าจากวัตถุดิบในพื้นที่ 2.กลุ่มโอท็อปขึ้นทะเบียนแล้ว จำนวน 7.2 หมื่นราย ที่ต้องการยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้า
สำหรับกลุ่ม 3 ได้แก่ โอท็อปที่ขึ้นทะเบียนแล้ว มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่ และส่งออกไปต่างประเทศ ต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้า ทั้งนี้ตามแผนจะสนับสนุนรวมต่อเนื่องจำนวน 3 ปี ซึ่งผู้ประกอบการต้องร่วมลงทุนด้วยรายละ 30-70% ขึ้นอยู่กับการจ้างงาน หลังจากนั้นกลุ่มผู้ประกอบการที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ได้โดดเด่น และต้องการสร้างนวัตกรรม จะมีการคัดเลือกนำไปเข้าร่วมโครงการนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ หรือ สนช. ที่จะให้วงเงินสนับสนุนรายละ 1 ล้านบาท
นอกจากนี้ อีกหลายหน่วยงานของกระทรวงวิทย์ฯ ทั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ วว. พร้อมเข้าสนับสนุนผู้ประกอบการอย่างครบวงจร รวมถึงมีสถาบันการเงิน เข้ามาช่วยสนับสนุนด้านการเงินเพื่อต่อยอดธุรกิจต่อไป โดยในปี 2560 จะเกิดผู้ประกอบการสตาร์ทอัพ โอท็อป จำนวน 330 ราย โอท็อป นวัตกรรม 310 ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์โอท็อปได้รับการยกระดับมาตรฐาน 620 ผลิตภัณฑ์ และมีโอท็อปที่เป็นเอสเอ็มอีจำนวน 105 ราย ส่งออกได้ 20 ราย ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานราก 5,000 ล้านบาท/ปี
“ปัญหาของผู้ประกอบการโอท็อปจะมีทั้งปัญหาวัตถุดิบที่มีไม่สม่ำเสมอ การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม การตกแต่งผลิตภัณฑ์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ได้รับมาตรฐาน และการเปลี่ยนแปลงใช้เครื่องจักรใหม่ หรือใช้เทคโนโลยีใหม่” นายณัฐพล กล่าว







