
ไทยพาณิชย์เจียดกำไร พลิกแพลตฟอร์มสู่ดิจิทัล
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์
ธนาคารไทยพาณิชย์ประกาศแผนธุรกิจปี 2559 จะเป็นปีแห่งการปรับโฉมธนาคารเพื่อรองรับการเข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมกับสร้างเกราะคุ้มกันความเสี่ยงภายนอกที่มีแนวโน้มผันผวนมากขึ้น
อาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรองประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า สิ่งใหม่ที่จะเห็นเป็นรูปธรรมในปีนี้ คือ การจัดตั้งบริษัทใหม่ที่จะมุ่งเน้นในด้านนวัตกรรมทางการเงินใหม่ๆ โดยเฉพาะ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
ทั้งนี้ ธนาคารจะกันงบประมาณ 1-1.5% ของกำไรสุทธิเป็นเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท ที่มีหน้าที่หลักคือ การสร้างห้องแล็บเพื่อคิดค้นนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ และจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) ภายใต้เงินทุนตั้งต้น 50 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1800 ล้านบาท) เพื่อร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการหน้าใหม่ (สตาร์ทอัพ) ที่คิดค้นเทคโนโลยีด้านการเงิน (ฟินเทค) รวมทั้งจะเข้าร่วมกับพันธมิตรดิจิทัลเพิ่มเติม เพื่อพาตัวเองเข้าอยู่ในเครือข่ายธุรกิจ (อีโคซิสเต็ม) ในพื้นที่ที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน
“การเป็นพาร์ตเนอร์และเข้าไปร่วมทุน เป็นวิธีการเรียนรู้ที่รวดร็วในมิติต่างๆ เพราะหากให้สร้างหรือคิดเองอาจไม่ทันและไม่มีความสามารถเพียงพอ โดยขณะนี้ได้ผู้ที่จะมาเป็นผู้บริหารบริษัทนวัตกรรมแล้ว คือ ธนา เธียรอัจฉริยะ” อาทิตย์ กล่าว
สำหรับแผนธุรกิจในระยะสั้นของธนาคารจะเติบโตภายใต้ความระมัดวัง เนื่องจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศยังมีความไม่แน่นอน ปีนี้ธนาคารจึงจะเน้นการเตรียมเกราะกำบัง (Buffer) เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ต้องมีเงินสำรองหนี้สงสัยจะสูญและทุนที่หนาเพียงพอ
"ที่สำคัญต้องจับตามากกว่า คือ ปัจจัยเสี่ยงภายนอก โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีนที่ค่อยๆ ซึมลงต่อเนื่องกันหลายปี แม้ธนาคารจะไม่ฟันธงว่าเศรษฐกิจจีนจะเกิดวิกฤตหรือไม่ แต่ในการทำแผนธุรกิจจะต้องรองรับความเสี่ยงดังกล่าว จะต้องมี Buffer มากพอที่จะรองรับ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น" อาทิตย์ กล่าว
นอกจากนี้ ธนาคารจะเฝ้าระวังทั้งสองด้าน ได้แก่ การใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อให้รับทราบสถานการณ์ของลูกค้าว่าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ หรือสำรวจสถานภาพการทำธุรกิจว่าส่วนใดที่เป็นความเสี่ยง โดยจะมีทีมงานแนวหน้า คือ เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า (อาร์เอ็ม) อยู่ในทุกกลุ่มสายงาน โดยเฉพาะเอสเอ็มอีและลูกค้ารายใหญ่
อีกด้านหนึ่ง คือ การบริหารความเสี่ยงที่ครอบคลุม ทั้งความเสี่ยงเครดิต ความเสี่ยงตลาด ทั้งอุตสาหกรรมและตลาดเงิน รวมทั้งความเสี่ยงด้านระบบภายใน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างปีที่ผ่านมา จนทำให้วอกแวกจากแผนงานหลักที่มี
ขณะเดียวกันจะเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจผ่านแผนยกระดับธนาคารใน 2 ส่วน คือ ส่วนธุรกิจสินเชื่อจะขยายฐานลูกค้าใน 3 กลุ่มที่ยังมีสัดส่วนน้อยและกระจุกตัว คือ เอสเอ็มอี ลูกค้าคนรวย (เวลธ์) และลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ไซส์กลาง (Mid Corporate) อีกส่วนคือ การยกระดับการให้บริการ กุญแจสำคัญ คือ การนำดิจิทัลมาใช้ในกระบวนการทำงาน และการให้บริการลูกค้า ถือเป็นการปรับรูปแบบ (Transform) ที่สำคัญ
ด้าน ญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารมีความสามารถที่จะลงทุน (Room to Invest) อีกมาก เพราะต้นทุนต่อรายได้ (Cost to Income) ต่ำ เพียง 37% ขณะที่ค่า 4 แบงก์ใหญ่ไม่รวมไทยพาณิชย์ เฉลี่ยอยู่ที่ 44% แผนการลงทุนด้านดิจิทัลเพื่ออนาคต ทั้งการตั้งบริษัทนวัตกรรมและการปรับแพลตฟอร์มธุรกิจของธนาคารเป็นดิจิทัล จึงทำให้ต้นทุนต่อรายได้ในปีนี้เพิ่มเป็น 40%
สำหรับเป้าหมายธุรกิจปีนี้ ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อโต 4-6% หรือ 1-1.5 เท่าของจีดีพีที่คาดว่าจะเติบโต 2.5-3.5% เท่ากับธนาคารต้องทำงานหนักภายใต้ความระมัดระวัง ด้วยพอร์ตสินเชื่อรวม 1.8 ล้านล้านบาท หากเติบโต 4% จะคิดเป็นสินเชื่อสุทธิถึง 8 หมื่นล้านบาท ที่ต้องปล่อยให้ทันกับการชำระหนี้คืน ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ตั้งเป้าปรับลดลงให้เหลือ 2.5% ของสินเชื่อรวมจาก 2.89% เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ผ่านการคัดกรองคุณภาพหนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีความเสี่ยงเรื่องหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง







