posttoday

อินเทอร์เน็ตทั่วไทยใน1ปี ฝันไกลเป็นฮับดิจิทัล

20 มกราคม 2559

ภาครัฐมองว่าการลงทุนในเรื่องนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เป็นการลงทุนที่จะช่วยสร้างความเท่าเทียม

ภาครัฐมองว่าการลงทุนในเรื่องนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เป็นการลงทุนที่จะช่วยสร้างความเท่าเทียม

ในที่สุดการลงทุนขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ก็มีภาพชัดเจนมากขึ้น เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ม.ค. มีมติเห็นชอบให้ตั้งงบกลางปี 5.6 หมื่นล้านบาท มาใช้ในโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศรวม 2 หมื่นล้านบาท

งบประมาณที่ใช้นี้จะมาจากเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ 900 และ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เพิ่งประมูลเสร็จสิ้นเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงเงินจากการประมูลทีวีดิจิทัล

นั่นหมายถึงว่า อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ครอบคลุมในทุกหมู่บ้าน ซึ่งจะก่อให้เกิดการตื่นรู้ตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตมาใช้ทางการค้าขายของชาวบ้านกำลังเปิดกว้างขึ้น

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การพัฒนาโครงข่ายพื้นฐานโทรคมนาคม ที่กระทรวงไอซีทีเสนอต่อ ครม.จะแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 เฟส

เฟสแรกที่จะดำเนินการในปี 2559 จะใช้เวลา 1 ปี ด้วยงบ 1.5 หมื่นล้านบาท มาลงทุนสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ โดยใช้การขยายโครงข่ายของบริษัท กสท.โทรคมนาคม และบริษัท ทีโอที เป็นหลัก แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นการลงทุนจากภาคเอกชน

เฟสนี้จะขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ครอบคลุมอีก 3 หมื่นหมู่บ้าน หรือคิดเป็นประมาณ 40% ของหมู่บ้านทั้งหมดทั่วประเทศ เพราะการสำรวจพบว่ายังไม่มีการลงทุนในโครงข่ายอินเทอร์เน็ตบรอด แบนด์ รัฐบาลจะลงทุนให้ได้ประมาณ 43% ของพื้นที่ทั่วประเทศจากปัจจุบันมีเครือข่ายของเอกชนสามารถครอบ คลุมได้ 53% ส่วนอีกประมาณ 7% อาจไม่สามารถลงทุนได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุรกันดารมาก

แต่เมื่อลงทุนครบตามแผนเท่ากับว่าประเทศไทยจะมีหมู่บ้านที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต 93% ของหมู่บ้านทั้งหมด ซึ่งมีประมาณ 7 หมื่นแห่งทั่วประเทศ

“รัฐบาลมีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาเอกชนอาจยังเห็นว่าในบางพื้นที่ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากประชาชนอาจใช้งานน้อย แต่ภาครัฐมองว่าการลงทุนในเรื่องนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เป็นการลงทุนที่จะช่วยสร้างความเท่าเทียม เพิ่มโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำ เพราะในอนาคตชุมชนที่ห่างไกลสามารถใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนรู้วิชาการต่างๆ และเพิ่มช่องทางในการขายสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรได้ด้วย ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการระบายสินค้าเกษตรให้เกษตรกรในชนบทอีกหน่อยจะมีช่องทางค้าออนไลน์ด้วย” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

เฟสที่สองจะเป็นการดำเนินการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ (Digital ASEAN Hub) วงเงิน 5,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับการขยายโครงข่ายเคเบิลในประเทศไปยังระบบเคเบิลใต้น้ำ เพื่อให้สามารถส่งและรับข้อมูลดิจิทัลระหว่างประเทศได้รวดเร็วมากขึ้น เป็นการเพิ่มศักยภาพระบบเคเบิลใต้น้ำของประเทศให้แข่งขันกับมาเลเซียและสิงคโปร์ที่เป็นผู้นำในธุรกิจนี้ของภูมิภาค

แผนการดำเนินงานจะเชื่อมต่อเคเบิลใต้น้ำจาก จ.สงขลา ไปยังระบบเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ และจัดหาวงจรเคเบิลใต้น้ำเชื่อมโยงระหว่างประเทศญี่ปุ่น-สหรัฐ เป็นการเชื่อมต่อฝั่งตะวันตกไปฝั่งตะวันออกจากสหรัฐผ่านประเทศไทยไปฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนอย่างแท้จริง

“การลงทุนในส่วนนี้จะทำให้เรามีความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน โดยหลังจากมีการวางระบบเคเบิลใต้น้ำตามแผนแล้ว จะสามารถลดต้นทุนการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต่างประเทศของผู้ให้บริการในประเทศไทย ทำให้ค่าบริการของประชาชนถูกลง และสามารถจูงใจให้บริษัทเอกชนรายใหญ่ของโลก เช่น กูเกิล เฟซบุ๊ก เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ในอนาคต” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการด้วยว่า ให้มีการพิจารณาเรื่องการใช้เงินลงทุนอย่างรอบคอบ ไม่ให้เกิดความทับซ้อนกับเงินส่วนอื่น โดยเฉพาะกับกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ยูโซ) โดยอยากให้งบจากกองทุนยูโซถูกใช้ไปในส่วนของการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เกี่ยวกับการเข้าถึงและการใช้ประโยชน์อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์

ข่าวล่าสุด

ผ่าตัดโครงสร้างตำรวจไทย พรรคประชาชนชูโมเดลญี่ปุ่นรื้ออำนาจรวมศูนย์