posttoday
อ้อนธปท.ลดเสี่ยงอุ้มราคายาง

อ้อนธปท.ลดเสี่ยงอุ้มราคายาง

18 มกราคม 2559

หวัง ธปท.ช่วยปิดความเสี่ยงแบงก์รัฐ เข้าแทรกแซงราคายาง

หวัง ธปท.ช่วยปิดความเสี่ยงแบงก์รัฐ เข้าแทรกแซงราคายาง

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คาดว่าทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน ในฐานะที่เข้ากำกับดูแลแบงก์รัฐ จะเข้ามาร่วมศึกษาความเสี่ยงที่
เกิดจากการปล่อยสินเชื่อตามนโยบายรัฐที่ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) ในการเข้าช่วยแทรกแซงราคายางตามนโยบายรัฐบาล

ทั้งนี้ แนวทางการแก้ปัญหาราคายาง จะมีการออก 3 มาตรการ ได้แก่ 1.ได้ขอให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยสินเชื่อไม่คิดดอกเบี้ยให้กับองค์การคลังสินค้า (อคส.) เพื่อนำไปซื้อยางพาราโดยตรงจากเกษตรกรผู้ปลูกตามนโยบายของรัฐ

สำหรับมาตรการนี้ กระทรวงการคลังจะชดเชยดอกเบี้ยให้กับธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส.ทั้งหมด ซึ่งจะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในการประชุมสัปดาห์นี้

มาตรการที่ 2 ยังให้ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และธนาคารกรุงไทย ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการสัญญาว่าจ้างผลิตโดยใช้ยางพาราจาก 8 หน่วยงานราชการที่รับซื้อจากผู้ปลูก โดยสามารถดำเนินการได้ทันที ไม่ต้องขอ ครม. เพราะเป็นการดำเนินตามปกติของธนาคารอยู่แล้ว

ขณะที่มาตรการที่ 3 เป็นการเพิ่มเติมมาตรการเดิม คลังจะชดเชยดอกเบี้ยให้กับธนาคารพาณิชย์ 5 แห่ง ที่ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการซื้อยางพาราเก็บไว้เพิ่ม โดยเพิ่มประเภทการซื้อยางจากเดิมแค่น้ำยางข้น มาเป็นยางแผ่นและยางแท่ง ทำให้ช่วยดึงราคายาง พาราในตลาดขึ้นได้ ซึ่งมาตรการนี้จะเสนอให้ ครม.เห็นชอบในสัปดาห์หน้าเช่นกัน โดยมาตรการทั้ง 3 มาตรการ มีผล 1 ปี

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า มาตรการแก้ปัญหาราคายาง โดยจะตั้งราคารับซื้อที่ 45 บาท/กิโลกรัม เป้าหมาย 1 แสนตัน ใช้เงินราว 4,500 ล้านบาทนั้น ถือว่าเป็นปริมาณที่น้อยเมื่อเทียบกับปริมาณยางที่ล้นตลาดกว่า
4.5 ล้านตัน ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาความไม่เท่าเทียมเพราะไม่สามารถกระจายการซื้อยางได้อย่างทั่วถึง แต่หากจะให้รับซื้อยางถึง 1 ล้านตัน ก็จะใช้เงินมากถึง 4.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเกรงว่าจะใช้เงินมากไปในการ แก้ปัญหาเพียงอย่างเดียว

“การแก้ปัญหาจะต้องดูถึงความเสี่ยงทั้งเรื่องราคาที่อาจจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่อง จนทำให้การใช้เงินช่วยเหลือมากจนเกินไป ประกอบกับยางมีสินค้าที่ทดแทนได้ เช่น ยางสังเคราะห์ จากปิโตรเคมีที่มีราคาถูกกว่าตามราคาน้ำมันที่ลดลง” แหล่งข่าว ระบุ

อย่างไรก็ตาม การให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจรับซื้อยางจึงมีความเสี่ยงและอาจทำให้กลไกตลาดบิดเบือน ทั้งนี้เห็นว่าน่าจะให้หน่วยงานที่ต้องการใช้ยางจัดสรรงบของตัวเองมารับซื้อยางจะเหมาะสมกว่า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ