
ก้าวทันกองทุนรวมโกอินเตอร์
....จารุพรรณ อินทรรุ่ง
ในปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน หรือ บลจ. มักนิยมออกกองทุนรวมที่ลงทุนในสินค้าหรือตราสารรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนที่ต้องการมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่หลากหลายยิ่งขึ้น เช่น กองทุนรวมทองคำ กองทุนรวมน้ำมัน เป็นต้น ซึ่งแค่ดูแต่ชื่อก็น่าสนใจลงทุนเสียแล้วใช่ไหมคะ อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมเหล่านี้มักจะเป็นกองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศ หรือ Foreign Investment Fund (FIF) เนื่องจากปัจจุบันกองทุนรวมของไทยเรานั้นยังไม่มีกองทุนรวมประเภทนี้ให้ได้ลงทุนกันได้โดยตรง แต่สามารถไปลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมในต่างประเทศที่ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวโยงกับทองคำหรือน้ำมันได้ กองทุนรวม FIF ประเภทนี้จึงค่อนข้างมีความซับซ้อน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน จึงควรทำความรู้จักกับลักษณะ ผลตอบแทน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้ลึกซึ้งกันเสียก่อน จะได้ไม่ผิดคาดในภายหลังค่ะ
กองทุนรวม FIF เป็นกองทุนรวมประเภทที่ ก.ล.ต. กำหนดให้ต้องมีนโยบายลงทุนในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยต้องไปลงทุนในตลาดต่างประเทศที่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงานกำกับดูแลในระดับมาตรฐานสากล สินค้าที่กองทุนรวม FIF ไปลงทุน ก็เป็นประเภทสินค้าเดียวกับที่กองทุนรวมในประเทศลงทุนได้ อาทิ หุ้น ตราสารหนี้ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ไปจนถึงตราสารที่มีลักษณะซับซ้อน อย่างเช่น สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีผลตอบแทนอ้างอิงตัวแปรต่างๆ เช่น ราคาหลักทรัพย์หรือดัชนีราคาหลักทรัพย์ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมัน เป็นต้น (ในกรณีที่กองทุนรวม FIF ไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศที่มีนโยบายลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรง อนุญาตให้เฉพาะกองทุนรวมที่ลงทุนในทองคำแท่งเท่านั้นค่ะ)
รูปแบบการลงทุนของกองทุนรวม FIF ก็จะมีทั้งแบบที่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ในต่างประเทศโดยตรง และแบบลงทุนทางอ้อมด้วยการนำเงินไปลงทุนผ่านกองทุนรวมในต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง สำหรับรูปแบบการลงทุนทางอ้อมนี้ ก็มีทั้งแบบกระจายเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศหลายกอง (Fund of Funds) หรือนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลัก หรือ Master Fund ในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund)
กองทุนรวมทองคำ หรือกองทุนรวมน้ำมัน ที่ออกมาเสนอขายให้ผู้ลงทุนในช่วงนี้ ก็เป็นกองทุนรวม FIF ที่มีรูปแบบการลงทุนแบบ Feeder Fund นี้ละค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ดังนี้
กองทุนรวม ABC Gold Fund เมื่อระดมทุนจากผู้ลงทุนในไทยแล้ว ก็นำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศอีกทอดหนึ่งเพียงกองทุนเดียว (Master Fund) โดย Master Fund นี้ก็จะเข้าไปลงทุนในทองคำแท่งอีกที ดังนั้นผลตอบแทนที่กองทุน Master Fund จะได้รับก็คือมูลค่าส่วนต่างของราคาทองคำในต่างประเทศนั่นเอง ซึ่ง NAV ของ Feeder Fund ก็จะขึ้นกับผลการดำเนินงานของ Master Fund นั้นค่ะ
ในเรื่องของผลการดำเนินงานนี้ เนื่องจากกองทุนรวม FIF ไปลงทุนในสินค้าได้หลากหลายประเภท การดูผลการดำเนินงานจึงมีตัววัดผล (Benchmark) ที่แตกต่างกันไปค่ะ เช่น กองทุนรวม FIF ที่เน้นลงทุนในหุ้นของประเทศต่างๆ ทั่วโลก จะใช้ MSCI All Country World Index กองทุนรวม FIF ที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ทั่วโลก จะใช้ Lehman Global Aggregate Index กองทุนรวม FIF ที่เน้นลงทุนในพันธบัตรเกาหลีใต้จะใช้ผลตอบแทนพันธบัตรเกาหลีใต้ กองทุนรวม FIF ทองคำจะใช้ดัชนีราคาทองคำในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ (ดัชนีราคาทองคำ London PM Fix ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ) ซึ่งจะเป็นคนละตัวกับดัชนีราคาทองคำไทย ส่วนกองทุนรวม FIF น้ำมัน ใช้ดัชนีราคาน้ำมันที่ชื่อว่า Deutsche Bank Liquid Commodity IndexOptimal Yield Oil Excess Return เป็นต้น
ข้อมูลตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมจะดูได้จากหนังสือชี้ชวนเสนอขายกองทุนรวมนั้นๆ ซึ่งผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ ทั้งตัวสินค้าที่กองทุนรวม FIF เข้าไปลงทุน และวิธีการประเมินผลการดำเนินการค่ะ
กองทุนรวม FIF รูปแบบใหม่ๆ แบบกองที่ไปลงในทองคำหรือน้ำมันนี้ กำลังมาแรงในหมู่ผู้ลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ เพื่อเป็นช่องทางในการแสวงหาผลตอบแทนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กองทุนรวมเหล่านี้ไม่ได้เน้นลงทุนในสินค้าประเภทที่เราคุ้นเคยกัน อย่างเช่น หุ้นหรือตราสารหนี้ แต่เป็นทองคำหรือน้ำมัน หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินค้าอ้างอิงเป็นโภคภัณฑ์เหล่านี้ ซึ่งจะมีปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เข้ามากระทบมากมาย ทั้งปัจจัยเสี่ยงเนื่องจากเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับสินค้าแต่ละประเภทที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุนด้วย อันอาจส่งผลในทางลบต่อผลประกอบการของกองทุนรวมที่เราเข้าไปลงทุนได้ในที่สุด ดังนั้นจึงควรต้องศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนนะคะ
วันนี้ เนื่องจากพื้นที่หมดเสียแล้ว เรื่องของความเสี่ยงของกองทุนรวม FIF ดิฉันจะนำมาเล่าให้ฟังต่อในคราวหน้าค่ะ







