posttoday
กสิกรฯเปิดกลยุทธ์ 3 ปี  ‘ไอที’ แน่นปึ้ก

กสิกรฯเปิดกลยุทธ์ 3 ปี ‘ไอที’ แน่นปึ้ก

15 มกราคม 2559

ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งแรกที่ประกาศแยกฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที (Information Technology) ออกมาจากธุรกิจธนาคารอย่างชัดเจน และยังประกาศร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต อย่างเข้มข้น โดยมีการไขว้ผู้บริหารระหว่างกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กรของทั้งสององค์กร

ธนาคารกสิกรไทยเป็นธนาคารแห่งแรกที่ประกาศแยกฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ไอที (Information Technology) ออกมาจากธุรกิจธนาคารอย่างชัดเจน และยังประกาศร่วมเป็นพันธมิตรธุรกิจกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต อย่างเข้มข้น โดยมีการไขว้ผู้บริหารระหว่างกัน เพื่อถ่ายทอดความรู้เทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กรของทั้งสององค์กร

บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของธนาคารจะมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ และทิศทางของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของธนาคารกสิกรไทยที่กำลังดำเนินการอยู่นี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะมีโครงสร้างไอทีที่สามารถตอบสนองความต้องการธุรกิจของตัวเองและลูกค้า

ทั้งนี้ ธนาคารกสิกรไทยได้แยกโครงสร้างของไอทีออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นผลในการบริการทางการเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประสิทธิภาพและเอื้ออำนวยให้การทำธุรกิจประสบความสำเร็จ โดยส่ง ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการเข้าไปนั่งดูแล และให้ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการธนาคาร

นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งในยุคก่อนหน้านี้จะเห็นว่า ธุรกิจธนาคารกับธุรกิจประกันจะแยกออกจากกัน แต่ปัจจุบันทั้งสองธุรกิจมีความใกล้ชิดเกี่ยวพันกัน เพราะธุรกิจประกันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคนมากขึ้นในอนาคต

สำหรับธุรกิจประกันชีวิตนั้น ได้มีอดีตผู้บริหารของธนาคารกสิกรไทย ทั้ง กฤษฎา ล่ำซำ อดีตรองประธานกรรมการและประธานกรรมการกำกับดูแลกิจการ ธนาคารกสิกรไทย และสมเกียรติ ศิริชาติไชย อดีตกรรมการและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกสิกรไทย เข้าไปนั่งเป็นกรรมการที่บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต พร้อมกันนั้น คณะกรรมการธนาคาร ก็ตั้ง สาระ ล่ำซำ เป็นกรรมการธนาคารกสิกรไทย เพื่อจะได้เรียนรู้งานซึ่งกันและกันได้

“ไม่ต้องการให้คนในตระกูลล่ำซำอยู่ในธนาคารกสิกรไทยมากเกินไป” บัณฑูร กล่าว

บัณฑูร กล่าวว่า ธนาคารต้องเตรียมรับมือโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทำให้ต้องมีการขยายตลาดออกไปนอกประเทศไทยมากขึ้น โดยตลาดที่ธนาคารกสิกรไทยมองคือ กลุ่มประเทศอาเซียนบวก 3 คือ 3 ประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในเอเชีย คือ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ โดยตลาดภูมิภาคอาเซียนกำลังเติบโตสูง ธุรกิจธนาคารต้องรองรับการเติบโตของตลาดนี้ให้ได้ โดยได้แยกธุรกิจของธนาคารออกมาดูตามภูมิศาสตร์ทางธุรกิจ ที่มีการโยงใยต่อกัน เพื่อผลักดันให้ลูกค้าคนไทยให้ออกไปลงทุนนอกประเทศ โดยธนาคารจะจัดเตรียมข้อมูลการลงทุนในแต่ละประเทศ การสนับสนุนทางการเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ ธนาคารจะหยั่งรากลึกมากขึ้นในอาเซียนบวก 3 ให้มากขึ้น โดยปีนี้ได้มีการยื่นขออนุญาตการเป็นธนาคารท้องถิ่นในประเทศจีนแล้ว คาดว่าจะได้รับอนุมัติในเร็วๆ นี้  ซึ่งธนาคารมีความพร้อม และคิดว่าประเทศจีนยังน่าสนใจ แม้จะเกิดวิกฤตในปัจจุบันแต่ก็เป็นเพียงปัญหาระยะสั้นที่คิดว่าจีนจะสามารถบริหารได้

ขณะเดียวกัน ในด้านบุคลากร ธนาคารกสิกรไทยจะหันไปใช้คนรุ่นใหม่ในการทำงานมากขึ้น เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องมีความรู้ 3 ภาษา อย่างน้อย คือภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และภาษาอาเซียน เพื่อมารองรับธุรกิจอาเซียนบวก 3 ประเทศมหาอำนาจตามแผนข้างต้น

พร้อมกันนั้น จะลดอายุคณะกรรมการของธนาคารลงให้เกษียณที่อายุ 72 ปี และพยายามหาคนรุ่นหนุ่มสาวเข้ามาร่วมเป็นกรรมการ เพื่อจะได้เข้ามามีส่วนในการบริหารธนาคาร ขณะเดียวกัน สัดส่วนของกรรมการธนาคารเพื่อธรรมาภิบาลที่ดี ก็จะมีการเพิ่มกรรมการอิสระให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่มีกรรมการอิสระจำนวน 10 คน และมีกรรมการจากการแต่งตั้งจำนวน 7 คนในอนาคต กรรมการอิสระจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น

“เวิลด์บิซิเนสตอนนี้ไม่มีคนแก่แล้ว มีแต่คนรุ่นใหม่ทั้งนั้นที่เป็นผู้สร้างเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเทรนด์ เป็นแนวโน้มของโลก” บัณฑูร กล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารจะบริหารต้นทุนการเงินให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดำเนินการลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น เพราะต้นทุนที่สูงจะมารวดเร็วกว่ารายได้ โดยจากการศึกษา พบว่า ต้นทุนของธนาคารส่วนใหญ่มาจากคน โดยเฉพาะองค์กรใหญ่ๆ ธนาคารกสิกรไทยจึงมีการรีเอ็นจิเนียริ่งตลอดเวลา การรีเอ็นจิเนียริ่งจะไม่มีวันจบสิ้น เพราะสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ทำให้กระบวนการทำงานในปัจจุบันเมื่อทำไปได้สักพัก ก็ต้องปรับให้ทันสมัยรับกับการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับประเทศไทย องค์กรใหญ่ๆ จะเลิกจ้างพนักงานครั้งละเป็นพันคนเป็นเรื่องที่ทำไม่ได้ วิธีการจึงต้องการบริหารต้นทุนแทน

สำหรับกลยุทธ์ที่ทำมาทั้งหมด คิดว่าภายในอีก 3 ปีข้างหน้า จะได้เห็นธนาคารกสิกรไทยมีโครงสร้างไอทีที่แน่นยิ่งขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของทั้งธนาคารเองและลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ