
AEC ที่ยั่งยืน
ปัจจุบันมีโรงงานจำนวนไม่น้อยที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบของ “รายงานประจำปี” เป็น “รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainability Report) โดยเฉพาะโรงงานใหญ่ๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนต่างๆ ด้วย
ปัจจุบันมีโรงงานจำนวนไม่น้อยที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบของ “รายงานประจำปี” เป็น “รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainability Report) โดยเฉพาะโรงงานใหญ่ๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนต่างๆ ด้วย
“รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่ว่านี้จะทำให้ผู้ถือหุ้นและสังคมได้เห็นการเจริญเติบโตขององค์กรต่างๆ ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม (กำไรขาดทุน ความรับผิดชอบต่อชุมชนสังคม และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม) ซึ่งส่วนใหญ่ทำตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บางแห่งอิงมาตรฐานสากลด้วย
นอกจาก 3 ประเด็นสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนแล้ว ใน “รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2557 ของ SCG” ได้พูดถึงความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในหัวข้อ “อาเซียนที่ยั่งยืน” อย่างน่าสนใจด้วย
การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของประเทศในอาเซียนภายใต้ความร่วมมือ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (AEC) แม้จะเป็นแนวทางช่วยกระตุ้นให้ระบบเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธว่าการเติบโตของระบบเศรษฐกิจจะส่งผลให้เกิดการย้ายถิ่นฐานสู่เมืองเพื่อแสวงหาความเจริญ อันจะส่งผลให้เกิดการบริโภคและทำลายทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นเหตุที่จะนำไปสู่ความไม่สมดุลทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชากรอาเซียนในระยะยาว
ทุกชาติในอาเซียนจึงจำเป็นต้องมองหากลไกในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการดูแลรักษาสมดุลด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน แนวทางในเรื่องของ “Green ASEAN” จึงเป็นเป้าหมายหลักในการเดินไปข้างหน้าของทุกประเทศในภูมิภาคนี้
แนวทางสู่ความสำเร็จในการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของประชาคมอาเซียน จึงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่อไปนี้
(1) การเรียนรู้จากผู้อื่น ด้วยการนำกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาเป็นตัวช่วยสร้างความแตกต่าง ทำให้แข่งขันได้โดยต้องเรียนรู้เร็ว ปรับตัวเร็ว และนำมาใช้อย่างรวดเร็ว
(2) การแสวงหาโอกาสใหม่ๆ โดยใช้สิ่งดีๆ ของอาเซียน อาทิ เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม ศักยภาพของความสามารถในการปรับตัว ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อออกแบบกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในแบบฉบับของตัวเอง
(3) การคำนึงถึงการยอมรับของผู้มีส่วนได้เสีย ปัจจุบันต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ เพราะเป็นช่องทางสำคัญที่ผู้มีส่วนได้เสียจะตีแผ่ความไม่พึงพอใจ
(4) การมองหาจุดแข็งของตัวเอง ที่สามารถสะท้อนตัวตนทางธุรกิจและตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับองค์กรได้
(5) การเลือกทำกระบวนการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของตัวเองก่อน โดยอาจเริ่มต้นจากการบริจาคและพัฒนาขยายกิจกรรมกว้างขวางต่อไปเป็น CSR จากนั้นเปลี่ยนไปสู่ (Share Value) เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วนทั่วทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ณ วันนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่ประเทศในอาเซียนจะต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ การบริหารจัดการ การหาแนวทางและการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เพื่อดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมที่กำลังจะเกิดขึ้นให้สอดคล้องไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้าง “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ที่น่าอยู่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม







