
เช็กระยะปลด‘ธงแดง’ เอียซ่าจับตา 13 แอร์ไลน์สน้องใหม่
แม้จะเป็นข่าวดีในช่วงก่อนสิ้นปี 2558 ว่า องค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) หรือเอียซ่า ไม่มีคำสั่งห้ามสายการบินของประเทศไทยบินเข้าน่านฟ้าสหภาพยุโรป (อียู) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมการบินของไทยจะพ้นวิกฤตถูกห้ามบิน
แม้จะเป็นข่าวดีในช่วงก่อนสิ้นปี 2558 ว่า องค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (EASA) หรือเอียซ่า ไม่มีคำสั่งห้ามสายการบินของประเทศไทยบินเข้าน่านฟ้าสหภาพยุโรป (อียู) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าอุตสาหกรรมการบินของไทยจะพ้นวิกฤตถูกห้ามบิน
เพราะตราบใดที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ไม่ปลด “ธงแดง” หน้าชื่อประเทศไทยบนเว็บไซต์ และประเทศไทยไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่มีนัยยสำคัญต่อความปลอดภัย (SSC) ในด้านมาตรฐานการกำกับดูแลสายการบินให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ก็มีโอกาสที่สายการบินจากไทยจะถูกแบนจากเอียซ่าได้ทุกเมื่อ เพราะจะมีการตรวจสอบความคืบหน้าทุกๆ 6 เดือน
ขณะที่ผลกระทบจากการที่ไทยถูก ICAO ปักธงแดงก่อนหน้านี้ ได้ส่งผลให้สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FAA) ประกาศลดมาตรฐานการกำกับดูแลหน่วยงานการบินของไทย จากประเภทที่ 1 (Category 1) หรือได้มาตรฐาน หล่นลงมาเป็นประเภทที่ 2 (Category 2) หรือต่ำกว่ามาตรฐานความปลอดภัย ทำให้สายการบินจากไทยที่บินเข้าไปสหรัฐถูก “แช่แข็ง” คือ ห้ามเพิ่มเที่ยวบิน ห้ามเปลี่ยนจุดบิน และห้ามเปลี่ยนแบบเครื่องบิน เป็นต้น ซึ่งมีผลตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค. 2558
จากที่ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ได้ใช้วิธีการแช่แข็งแบบเดียวกัน อีกทั้งสายการบินจากไทยที่บินไปยังประเทศต่างๆ ยังถูกสุ่มตรวจความปลอดภัยถี่ขึ้น จึงมีต้นทุนด้านการบินเพิ่มขึ้น และส่งผล
กระทบทางอ้อมต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้เข้าประเทศปีละไม่ต่ำกว่า 2 ล้านล้านบาท จากการที่ประเทศไทยถูกแช่แข็งด้านการบินและห้ามเพิ่มเส้นทางบิน
ล่าสุด จุฬา สุขมานพ อธิบดีกรมท่าอากาศยานและรักษาการผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ระบุถึงความคืบหน้าการแก้ไขข้อบกพร่องด้านการกำกับดูแลสายการบิน (SSC) ว่า กพท.ตั้งเป้าจะตรวจสอบสายการบินและเริ่มกระบวนการออกใบอนุญาตการบินใหม่ (AOC Re-certification) ให้สายการบินที่อยู่ในกำกับดูแลทั้ง 41 สายการบินให้แล้วเสร็จภายในเดือน ต.ค. 2559 จากนั้นจะเชิญเจ้าหน้าที่ ICAO มาตรวจสอบ เพื่อนำไปสู่การปลดธงแดงและปลดล็อกปมปัญหาด้านการบินของไทยทั้งระบบ
“หากตรวจทุกสายการบินเสร็จภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ เราจะเชิญ ICAO มาตรวจสอบ ส่วนเขาจะมาเมื่อไหร่ก็ต้องขึ้นอยู่กับ ICAO ถ้าทุกอย่างผ่านก็จะมีการปลดธงแดงต่อไป” จุฬา กล่าว
จุฬา ระบุว่า กพท.ได้จัดทำคู่มือในการตรวจสอบสายการบินเสร็จตั้งแต่เดือน ก.ย.แล้ว ซึ่งเป็นคู่มือการตรวจที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ICAO ขณะที่เอียซ่าที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือไทย ในเรื่องนี้ก็ไม่ได้ติดใจอะไร และพร้อมส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมตรวจสอบสายการบินด้วย ส่วนการจัดหาผู้เชี่ยวชาญนั้น กพท.ได้ผู้เชี่ยวชาญมาทั้งสิ้น 83 คน ซึ่งครอบคลุมเครื่องบินทุกประเภทที่ไทยมีอยู่ จากเป้าหมายที่ต้องการทั้งหมด 86 คน และในสัปดาห์หน้าจะมีการหารรือเพื่อจัดทำหลักสูตรอบรมผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้าน
“การอบรมผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ตรวจสอบสายการบินจะเริ่มในเดือน ก.พ.-เม.ย. และจากนั้นจะเริ่มกระบวนการออกใบ AOC ให้กับสายการบินทั้งหมดตั้งแต่เดือน พ.ค.เป็นต้นไป และจะทำให้เสร็จในเดือน ต.ค.ปีนี้” จุฬา กล่าว
สำหรับแผนการตรวจสอบใบอนุญาตสายการบิน หรือใบรับรองผู้เดินอากาศ (AOC) กพท.จะเริ่มตรวจสอบสายการบิน 7 แห่ง ที่ยื่นเอกสารขอเข้ารับการตรวจสอบเข้ามาครบแล้วก่อน เช่น สายการบินไทย สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และสายการบินแอร์เอเชีย เป็นต้น
จากนั้น กพท.จะตรวจสอบสายการบินใหม่ 13 แห่งที่ได้รับอนุมัติ AOC ในช่วงปี 2556-2558 ซึ่งเป็นกลุ่มที่เอียซ่ามองว่ามี “ความเสี่ยง” และอาจมีการตรวจสอบจะไม่เข้มข้น จากนั้นจะตรวจสอบสายการบิน 8 สายที่มีเที่ยวบินไปต่างประเทศ และจึงจะตรวจสอบสายการบินที่บินเฉพาะในประเทศ 13 สายการบิน
“หากสายการบินใดไม่ผ่าน จะถอนใบอนุญาตทันที” จุฬา กล่าว
จุฬา ระบุว่า ในส่วนการปรับปรุงระเบียบต่างๆ และแก้ไข พ.ร.บ.การเดินอากาศ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยด้านการบินของ ICAO รวมทั้งจะต้องจัดทำคู่มือการตรวจสอบความปลอดภัยของสนามบินต่างๆ เพื่อรับมือกับการที่ ICAO จะส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบในโครงการตรวจสอบด้านการรักษาความปลอดภัย (USAP) ในช่วงปี 2560
จึงต้องติดตามกันต่อไปว่า การปลดธงแดง ICAO จากนี้ไปจะลุล่วงตามแผนหรือไม่







