
ปี'59ลูกค้ารายใหญ่เฮเบี้ยถูก
นายหน้าเผยปี 2559 ลูกค้ารายใหญ่ได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกชะลอ ทำเบี้ยประกันต่อต่ำ
นายหน้าเผยปี 2559 ลูกค้ารายใหญ่ได้อานิสงส์เศรษฐกิจโลกชะลอ ทำเบี้ยประกันต่อต่ำ
นายพิชิต เมฆกิตติกุล ที่ปรึกษาสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย (โบรกเกอร์) เปิดเผยว่า ปี 2559 ลูกค้ารายใหญ่ที่ทำประกันภัย จะได้รับอานิสงส์จากการประกันภัยต่อ เพราะเบี้ยประกันเกือบทุกประเภทลดต่ำลงมากจากเศรษฐกิจชะลอตัว และในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่มีเหตุการณ์มหันตภัยขนาดใหญ่เกิดขึ้น ทำให้ผู้รับประกันภัยต่อต่างประเทศแข่งขันกันสูง ด้วยการลดราคาเบี้ยประกันลง
ทั้งนี้ ตัวอย่างเช่น ประกันภัยการก่อสร้าง โครงการ 2 ปี เบี้ยประกันไม่ถึง 0.10% จากเดิมอยู่ในระดับ 0.20-1.00% สาเหตุที่ต่ำลงเพราะบริษัทประกันภัยแข่งขันกัน และต้องการรายได้เบี้ยประกันเข้ามา หากไม่เล่นเกมด้านราคา จะมีรายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
"เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความต้องการซื้อประกันลดลงทั่วโลก รวมถึงไทย แต่นายหน้าก็ได้รับผลกระทบ แม้เปอร์เซ็นต์ค่านายหน้ายังเท่าเดิม แต่จำนวนเบี้ยที่ลดลงทำให้รายได้ลดลงไปด้วย" นายพิชิต กล่าว
นายพิชิต กล่าวว่า ถ้าเศรษฐกิจยังเหมือนเดิม ลูกค้าประกันภัยรถยนต์จะหันมาซื้อประกันชั้น 2 บวก และ 3 บวก มากขึ้น หากซื้อประกันรถชั้น 1 ก็จะเลือกแบบรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกเพราะประหยัดได้ทันที โดยเฉพาะตลาดกรุงเทพมหานครที่รถติดมาก โอกาสชนแรงๆ น้อย ก็จะซื้อประกันตระกูลพลัสมากขึ้น เพราะเบี้ยถูกแค่ 4,000-5,000 บาท หรือ 1 ใน 4 ของราคาเบี้ยประกันชั้น 1
นายพิชิต กล่าวว่า สำหรับบริษัทประกันภัยจะมีรายได้เบี้ยลดลง แต่ยังมีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอยู่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายทุกอย่างสูงขึ้น การแข่งขันยังสูงเหมือนเดิม เห็นได้จากตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมามีบริษัทประกันขนาดใหญ่ลงมาแข่งในตลาดนี้ด้วยเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และรักษาฐานลูกค้าเก่า หากไม่แข่งลูกค้าจะหนีไปเลือกบริษัทอื่น ซึ่งจะเกิดขึ้นกับทุกประเภทประกัน
ทั้งนี้ บริษัทประกันภัยที่เงินกองทุนไม่หนา และยังทำธุรกิจแบบไม่ระมัดระวัง อาจมีปัญหาเงินกองทุนไม่เพียงพอ หรือเงินกองทุนขาด เพราะคนซื้อประกันที่ราคาถูกลง ทำให้รายได้จากเบี้ยลดลง แต่ค่าใช้จ่ายไม่ได้ลดลง รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัทประกันจะทำกำไรได้น้อยลง เพราะดอกเบี้ยลด ตลาดหลักทรัพย์ก็ไม่ดี อัตราการเพิ่มของกำไรต่ำกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย
"ประชาชนต้องพิจารณาฐานะการเงินและบริการหลังการขายก่อนซื้อประกัน ไม่ใช่ดูจากเบี้ยถูกอย่างเดียว" นายพิชิต กล่าว
นายพิชิต กล่าวว่า การควบรวมกิจการของบริษัทประกันวินาศภัยในไทยคงเกิดขึ้นได้ยาก เพราะบริษัทขนาดเล็กส่วนใหญ่บริหารโดยครอบครัว การรวมกิจการไม่ได้ทำให้บริษัทใหญ่ขึ้น และยังต้องใส่เงินเพิ่มทุนอีก ทำให้เกิดปัญหาตามมาคือ ผู้ถือหุ้นฝ่ายใดจะเพิ่มทุน และฝ่ายใดจะเป็นผู้บริหาร







