
สร้างบ้านประชารัฐ
ตอนนี้โครงการบ้านประชารัฐที่ทางรัฐบาลมุ่งหวังให้เป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยสามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้กำลังอยู่ในขั้นของการวางแผนทำโครงการอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเราคงจะเห็นรูปร่างหน้าตาที่ชัดเจนขึ้นของโครงการนี้ในอีกไม่นานค่ะ ที่ผ่านมาโครงการบ้านประชารัฐเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในวงกว้างมาก เราเห็นการวิเคราะห์ประเด็นนี้กันมากในช่วงที่ผ่านมา
ตอนนี้โครงการบ้านประชารัฐที่ทางรัฐบาลมุ่งหวังให้เป็นโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อยสามารถมีบ้านเป็นของตัวเองได้กำลังอยู่ในขั้นของการวางแผนทำโครงการอยู่ ซึ่งอีกไม่นานเราคงจะเห็นรูปร่างหน้าตาที่ชัดเจนขึ้นของโครงการนี้ในอีกไม่นานค่ะ ที่ผ่านมาโครงการบ้านประชารัฐเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจในวงกว้างมาก เราเห็นการวิเคราะห์ประเด็นนี้กันมากในช่วงที่ผ่านมา
ปกติแล้วภาระการผ่อนบ้านที่แบงก์จะพิจารณาปล่อยกู้นั้นต้องไม่เกิน 1 ใน 3 ของเงินเดือนค่ะ อย่างคนที่มีเงินเดือน 2.1 หมื่นบาทขึ้นไป ก็จะสามารถผ่อนบ้านได้ไม่เกิน 7,000 บาท/เดือน ค่ะ รายได้ระดับนี้สามารถซื้อบ้านในราคา 1 ล้านบาท ได้ค่ะ ขณะที่หากมองเป้าหมายโครงการประชารัฐที่ต้องการสร้างบ้านให้กลุ่มคนที่มีรายได้เดือนละ 1.5 หมื่นบาท ก็หมายความว่า คนกลุ่มนี้สามารถรับภาระค่าผ่อนบ้านได้เดือนละ 5,000 บาท ค่ะ แต่บ้านที่สร้างออกมาราคาต้องไม่เกิน 7 แสนบาทค่ะ
ในความเป็นจริงแล้วเป็นการยากค่ะที่คนรายได้ระดับ 1.5 หมื่นบาท จะสามารถไปขอกู้ซื้อบ้านจากแบงก์ได้ค่ะ เพราะแบงก์เองก็มองว่าเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้น้อยเกินไปค่ะ สมมติบ้านที่ซื้อจากโครงการประชารัฐมีเนื้อที่ 25 ตร.ม. แน่นอนว่าก็ต้องมีค่าส่วนกลางด้วยค่ะ โดยมากแล้วค่าส่วนกลางจะตกอยู่ที่ประมาณ 30 บาท/ตร.ม. ค่ะ ฉะนั้นเดือนหนึ่งก็มีค่าส่วนกลางประมาณ 750 บาท ที่ต้องจ่าย นอกจากนั้น เดือนๆ หนึ่งก็ยังมีค่าน้ำอีกประมาณ 200 บาท ค่าไฟประมาณ 700 บาท รวมค่าสาธารณูปโภคแล้วก็ตกเดือนละ 1,650 บาท ค่ะ นอกจากนี้ ยังมีค่าอาหาร 3 มื้อ/วัน สมมติว่าเฉลี่ยต่อวันประมาณวันละ 200 บาท ค่ะ เบ็ดเสร็จตรงนี้ก็ 6,000 บาทแล้ว
เมื่อรวมค่าอาหารกับค่าสาธารณูปโภคแล้วก็อยู่ที่ประมาณเดือนละ 7,650 บาท ค่ะ รวมกับค่าผ่อนบ้านเดือนละ 5,000 บาท ก็จะอยู่ที่ 13,650 บาท ค่ะ เหลือเงิน 1,350 บาท ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องเก็บไว้เป็นค่าเดินทางเฉลี่ยประมาณวันละ 45 บาท เท่านั้นค่ะ
เมื่อเอาภาพการใช้ชีวิตของคนรายได้ระดับนี้มาประกอบ จะเห็นชัดเจนค่ะว่ารัฐต้องคำนึงถึงองค์ประกอบอื่นๆ ที่จะเอื้อให้ผู้ซื้อสามารถใช้ชีวิตในบ้านได้สะดวกสบาย และไม่เป็นภาระต่อค่าใช้จ่าย อื่นๆ ในชีวิตประจำวันค่ะ ซึ่งเมื่อมองจากภาพรวมของมุมผู้ซื้อแล้ว จะพบว่าบ้านราคา 7 แสนบาท ยังเป็นภาระกับผู้ซื้อในแต่ละเดือนมากอยู่ค่ะ
ฉะนั้นแล้วหากรัฐต้องการให้โครงการบ้านประชารัฐทำออกมาประสบความสำเร็จจนประชารักด้วยนั้น จำเป็นที่จะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ ในมุมของผู้ซื้อบ้านด้วยค่ะ ทั้งเรื่องของราคาที่
ผู้ซื้อจ่ายได้ ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงเงินกู้ได้ ค่าสาธารณูปโภค ค่าส่วนกลาง และทำเลค่ะ ซึ่งเมื่อประมวลทั้งหมดนั้น บ้านที่เหมาะสมดิฉันคิดว่าอาจจะต้องมีราคาอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 5 แสนบาท ค่ะ
จากทั้งหมดที่กล่าวมาสรุปได้ว่า โครงการจะประสบความสำเร็จได้ รัฐต้องมองถึงค่าใช้จ่ายต่างๆของคนกลุ่มนี้อย่างรอบด้าน เพียงเท่านี้บ้านประชารัฐก็จะเป็นที่รักของประชาชน







