
หุ้นจีนปรับแรงรับปี’59
ตลาดหุ้นจีนเปิดปี 2559 ด้วยการปรับตัวลดลง 12% ใน 4 วันทำการ และมีการสั่งพักการซื้อขายหุ้นระหว่างวัน (Circuit Breaker) ถึง 2 ครั้ง น่าจะมีเหตุจากความกังวล 3 เรื่องที่เข้ามาพร้อมกัน ได้แก่ 1) มาตรการห้ามผู้ถือใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนขายหุ้นหลังตลาดปรับฐานรุนแรง เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2558 จะสิ้นสุดในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ตลาดกังวลว่าอาจมีแรงขายมากถึง 1 ล้านล้านหยวน จากผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้ 2) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ยังคงอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง 3) ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลง 2.94% นับจากสิ้นปีสู่ระดับอ่อนที่สุดที่ 6.76 หยวน/เหรียญสหรัฐ มากกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ทั้งในปีนี้และปีหน้าที่ 6.64 และ 6.60 ตามลำดับ
ตลาดหุ้นจีนเปิดปี 2559 ด้วยการปรับตัวลดลง 12% ใน 4 วันทำการ และมีการสั่งพักการซื้อขายหุ้นระหว่างวัน (Circuit Breaker) ถึง 2 ครั้ง น่าจะมีเหตุจากความกังวล 3 เรื่องที่เข้ามาพร้อมกัน ได้แก่ 1) มาตรการห้ามผู้ถือใหญ่ในบริษัทจดทะเบียนขายหุ้นหลังตลาดปรับฐานรุนแรง เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2558 จะสิ้นสุดในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ตลาดกังวลว่าอาจมีแรงขายมากถึง 1 ล้านล้านหยวน จากผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้ 2) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ยังคงอ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่อง 3) ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลง 2.94% นับจากสิ้นปีสู่ระดับอ่อนที่สุดที่ 6.76 หยวน/เหรียญสหรัฐ มากกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ทั้งในปีนี้และปีหน้าที่ 6.64 และ 6.60 ตามลำดับ
เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบหลังจากมีเงินทุนไหลออกจากการปรับลดลงของตลาดหุ้นและการอ่อนค่าของเงินหยวน ธนาคารกลางจีนได้เพิ่มปริมาณเงินในวันที่ 5 ม.ค. 1.3 แสนล้านหยวน และวันที่ 7 ม.ค. ก.ล.ต.จีนห้ามผู้ถือใหญ่ (ที่ถือหุ้นเกิน 5%) ขายหุ้นเกิน 1% ใน 3 เดือน และต้องแจ้งแผนการขายต่อ ก.ล.ต. ล่วงหน้า 15 วัน
หากพิจารณาปัจจัยพื้นฐานจะพบว่าจีนมีกำลังการผลิตเหลือจำนวนมากจากการลงทุนในอดีต ขณะที่เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างช้าๆ ไม่เพียงพอจะสนับสนุนให้จีนใช้กำลังการผลิตส่วนเกินดังกล่าว การปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มการผลิตก็น่าจะยังมีต่อเนื่อง ทำให้ค่าเงินหยวนอาจอ่อนลงได้อีก แต่เนื่องจากจีนมีฐานะทางการคลังและเงินทุนสำรองที่แข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งยังคาดว่าจีนจะทยอยกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อชะลอการปรับลดลงแรงของเศรษฐกิจจีน และประวิงเวลาให้การเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพิงการผลิตและส่งออกมาเป็นการเติบโตจากภาคบริการและการบริโภคภายในประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจจีนกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง
ในช่วงฝุ่นตลบนี้คงไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหุ้นจีนมากนัก แต่การปรับตัวลดลงรุนแรงรอบนี้ทำให้มูลค่าพื้นฐานของหุ้นจีนอยู่ในระดับต่ำกว่าวิกฤตปี 2008 โดยเฉพาะดัชนี HSCEI (ดัชนีหุ้นจีนในตลาดฮ่องกง) มีค่า PE (ราคาต่อกำไร) ที่ 6 เท่า และ PB (ราคาตลาดต่อมูลค่าทางบัญชี) เพียง 0.8 เท่า หากนักลงทุนยังเชื่อว่าจีนจะกลับมาเป็นตัวจักรสำคัญของการเติบโตของโลกได้ อดทนกับความผันผวนระยะสั้นและลงทุนระยะยาวได้ หุ้นหรือกองทุนที่ลงหุ้นในดัชนี HSCEI โดยเฉพาะกลุ่มบริการและการบริโภคภายในประเทศก็ยังสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้







