
ลดความเสี่ยง เพื่อความยั่งยืน
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
โดย...วิฑูรย์ สิมะโชคดี
ความสามารถในการแข่งขันอันเนื่องมาจากปัจจัยด้าน “ต้นทุน” ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นการลดต้นทุนการผลิตในการประกอบกิจการด้วย “การลดความเสี่ยง” ต่างๆ จึงมีความสำคัญมากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจเช่นทุกวันนี้
หน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงในวันนี้ นอกจากจะต้องบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการแล้ว ยังมีอีกหลายความเสี่ยงที่มีผลต่อความอยู่รอดของกิจการ ที่จะต้องบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพด้วย อาทิ
ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย องค์กรควรจะต้องยกระดับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย ด้วยแนวทางการบริหารจัดการงานอาชีวอนามัย และความปลอดภัยที่มีนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม (ตามมาตรฐาน ISO) มีโครงการตรวจประเมินประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยและสุขภาพอนามัย โดยจัดทำระบบตรวจติดตามและควบคุมดูแล เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ และลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพการทำงาน มีการควบคุมดูแลให้พนักงานปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย โดยตั้งเป้าว่าผลของการดำเนินมาตรการป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว จะส่งผลให้อัตราการเกิดอุบัติเหตุทั้งหมดลดลงจากปีก่อนๆ
ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรควรจะต้องยึดแนวปฏิบัติด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานที่กำกับ ควบคุมดูแล และส่งเสริมให้การดำเนินกิจการสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรของโลก มีโครงการตรวจประเมินประสิทธิภาพของการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้เทียบเท่าระดับสากล และมุ่งพัฒนาองค์กรเพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อบังคับ องค์กรควรจะต้องกำหนดให้มีโครงสร้างการกำกับดูแลการปฏิบัติงานที่สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ โดยจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงานและจัดตั้งคณะกรรมการ (คณะทำงาน) เป็นการเฉพาะ เพื่อกำหนดกลยุทธ์ กำกับดูแล และประสานเชื่อมโยงการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเป็นระบบ รวมทั้งกระจายนโยบายการกำกับดูแลไปทั่วทั้งองค์กร และเพื่อให้การปฏิบัติตามกฎเกณฑ์บรรลุผล และมั่นใจว่าพนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับกฎเกณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง องค์กรควรจะต้องมีกลยุทธ์ในการรักษาและดูแล การสร้างแบรนด์องค์กร มีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสม มีระบบการสื่อสารภายในและภายนอก ทั้งในสถานการณ์ปกติและในภาวะวิกฤต เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและปฏิบัติไปในแนวทางเดียวกัน มีการสำรวจทัศนคติและความพึงพอใจต่อภาพลักษณ์ขององค์กร โดยนำผลที่ได้มาประเมินถึงความคาดหวังและโอกาสของการเกิดความเสี่ยงเพื่อกำหนดกลยุทธ์สำหรับดำเนินงานต่อไป
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ ผู้บริหารจะต้องมีทั้งวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และมีการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility) อย่างต่อเนื่องภายใต้ “หลักธรรมาภิบาล” โดยมุ่งมั่นในการประกอบกิจการด้วยความรับผิดชอบ และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกับการสร้างความเข้มแข็งให้แก่คนในสังคมด้วย
ปีใหม่ 2559 นี้ ขอให้เป็นปีแห่งความราบรื่นและรุ่งโรจน์ของทุกๆ ท่าน ครับผม!







