
แมนูไลฟ์หวังรัฐประคองศก.
บลจ.แมนูไลฟ์ มองเป้าหุ้นปีนี้ 1,350-1,450 จุด หวังรัฐอัดมาตรการประคองเศรษฐกิจ
บลจ.แมนูไลฟ์ มองเป้าหุ้นปีนี้ 1,350-1,450 จุด หวังรัฐอัดมาตรการประคองเศรษฐกิจ
น.ส.จินตนา เมฆินทรางกูรผู้อำนวยการฝ่ายตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปี 2559 มองว่ามีความผันผวนมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินทุนไหลออก รวมทั้งความกังวลเศรษฐกิจจีนที่กดหุ้นลงทั่วเอเชียยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อเนื่อง
“ตอนนี้ปัจจัยต่างประเทศยังกดดันการลงทุน หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยเร็วทำให้เงินคงยังไม่ไหลเข้าหุ้นไทย เพราะค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่า ทำให้บาทอ่อน แต่ถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยแล้วหยุดก่อน ก็อาจทำให้นักลงทุนต้องหาแหล่งลงทุนใหม่ ซึ่งเอเชียและไทยน่าจะได้รับอานิสงส์บ้าง” น.ส.จินตนา กล่าว
สำหรับปัจจัยภายในประเทศคงต้องฝากความหวังไว้ที่โครงการลงทุนของภาครัฐว่าจะเห็นเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เพื่อประคองเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภายนอกประเทศ ส่วนการลดภาษีให้กับคนที่ไปจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลปีใหม่ก็ทำให้เกิดบรรยากาศที่ดีขึ้น มีการใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่ม แต่คนที่ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นคนในเมืองมากกว่าคนในต่างจังหวัดจึงคาดว่าจะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม
“เรามองเป้าหมายหุ้นขั้นแรกไว้ที่ 1,350 จุด และหากโครงการภาครัฐเดินหน้าต่อเนื่องได้เร็ว โอกาสที่ดัชนีจะขยับขึ้นไปสู่ 1,450 จุด ก็มีความเป็นไปได้ แต่เศรษฐกิจโลกในช่วงเวลานั้นต้องมีทิศทางที่ดีขึ้นด้วย” น.ส.จินตนา กล่าว
สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนยังคงต้องเน้นหุ้นรายตัวที่มีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากโครงการภาครัฐ เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง รวมถึงกลุ่มยานยนต์ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มท่องเที่ยวและกลุ่มการแพทย์
อย่างไรก็ตาม มองว่ากลุ่มที่ยังไม่น่าสนใจในช่วงนี้ ได้แก่ กลุ่มพลังงาน เนื่องจากซัพพลายยังมีอยู่จำนวนมาก ทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอยู่ในระดับต่ำ แม้จะเกิดความตึงเครียดระหว่างซาอุดิ อาระเบียกับอิหร่านจะเห็นว่าราคาน้ำมันไม่ได้ปรับตัวพุ่งขึ้นแรงเหมือนที่เกิดความขัดแย้งของประเทศตะวัน ออกกลางในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์อาจต้องรอช่วงครึ่งปีหลัง ตลาดยังจับตาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (หนี้เสีย) ของธนาคาร ซึ่งปัจจุบันตัวเลขโตชะลอตัวลง ถือเป็นสัญญาณที่ดี แต่การปล่อยสินเชื่อใหม่ยังไม่เพิ่ม ส่วนกลุ่มสื่อสารยังถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง จนหุ้นบางราคาอยู่ในระดับน่าสนใจ เพราะปรับตัวลงมาค่อนข้างมากแล้ว
“นักลงทุนที่สามารถลงทุนได้ในระยะยาว อาจใช้จังหวะนี้เลือกทยอยสะสมหุ้นบางตัวเข้าพอร์ตได้ เน่ื่องจากหุ้นหลายตัวมีปัจจัยพื้นฐานดี ราคาย่อตัวลงจนถูกมากแล้ว ” น.ส.จินตนา กล่าว







