posttoday
หกประเด็น กับการลงทุนในปีวอก

หกประเด็น กับการลงทุนในปีวอก

05 มกราคม 2559

เริ่มต้นปีวอกด้วยการที่ดัชนีหุ้นไทยปิดลบถึง 24 จุดพร้อมกับทำสัญญาณขายรอบใหม่ โดยมีหุ้นในกลุ่มมือถือที่กดดันตลาดตั้งแต่ปลายปีก่อน และยังมีแรงขายต่อเนื่องวานนี้ แต่ยังมีความหวังว่าต้นร้ายจะปลายดี อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มมือถือที่ราคาปรับลงมาชนิดที่คาดกันไม่ถึงเช่นนี้ มีโอกาสปรับลงได้อีก เหตุเพราะผลประกอบการในปีนี้ที่นักวิเคราะห์คาดกันไปแล้วว่าจะหดตัวลงเพราะต้นทุนใบอนุญาตที่แพงลิ่ว แต่ก็อาจหดตัวได้มากกว่าคาด สิ่งที่รู้คือต้นทุน แต่สิ่งที่ไม่รู้คือรายได้เพราะอยู่ที่ลูกค้าจะย้ายค่ายไปทางไหน ยิ่งในช่วงไตรมาสแรกเป็นช่วงแย่งชิงลูกค้า ผลประกอบการจะดูไม่ได้เลยทีเดียว สถานการณ์เช่นนี้ก็อาจทำให้ผู้ที่มีทุนต่ำหรือขาดทุนเล็กน้อย (ถือมานานมาก) ขายเพื่อไปตั้งหลักก่อน สำหรับผู้ที่ทุนสูง เลิกดูหุ้นกลุ่มนี้และรับปันผลไปลดต้นทุนก่อน แต่ในระยะยาว เทคโนโลยีที่ไปได้ไกลสามารถทำเงินได้อีกมาก     

เริ่มต้นปีวอกด้วยการที่ดัชนีหุ้นไทยปิดลบถึง 24 จุดพร้อมกับทำสัญญาณขายรอบใหม่ โดยมีหุ้นในกลุ่มมือถือที่กดดันตลาดตั้งแต่ปลายปีก่อน และยังมีแรงขายต่อเนื่องวานนี้ แต่ยังมีความหวังว่าต้นร้ายจะปลายดี อย่างไรก็ตาม สำหรับกลุ่มมือถือที่ราคาปรับลงมาชนิดที่คาดกันไม่ถึงเช่นนี้ มีโอกาสปรับลงได้อีก เหตุเพราะผลประกอบการในปีนี้ที่นักวิเคราะห์คาดกันไปแล้วว่าจะหดตัวลงเพราะต้นทุนใบอนุญาตที่แพงลิ่ว แต่ก็อาจหดตัวได้มากกว่าคาด สิ่งที่รู้คือต้นทุน แต่สิ่งที่ไม่รู้คือรายได้เพราะอยู่ที่ลูกค้าจะย้ายค่ายไปทางไหน ยิ่งในช่วงไตรมาสแรกเป็นช่วงแย่งชิงลูกค้า ผลประกอบการจะดูไม่ได้เลยทีเดียว สถานการณ์เช่นนี้ก็อาจทำให้ผู้ที่มีทุนต่ำหรือขาดทุนเล็กน้อย (ถือมานานมาก) ขายเพื่อไปตั้งหลักก่อน สำหรับผู้ที่ทุนสูง เลิกดูหุ้นกลุ่มนี้และรับปันผลไปลดต้นทุนก่อน แต่ในระยะยาว เทคโนโลยีที่ไปได้ไกลสามารถทำเงินได้อีกมาก     

ปัจจัยที่กดดัน SET Index ไม่ใช่ดอกเบี้ย Fed แต่เป็นเศรษฐกิจจีนมากกว่า ใน 3 ช่วงอดีตที่ผ่านมาที่อัตราดอกเบี้ย Fed เป็นทิศทางขาขึ้น คือในปี 1994, 1999 และ 2004 หลังจากที่ Fed ปรับขึ้นดอกเบี้ยแล้ว ตลาดหุ้นในภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงอีกประมาณ 2 เดือน โดยหุ้นไทยผันผวนและรุนแรงมากกว่า แต่เราคิดว่าสถิติในอดีตอาจใช้ไม่ได้กับการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ในครั้งนี้ เพราะตลาดหุ้นทั้งในภูมิภาคและ SET Index ต่างปรับลงมารอแล้วแทบจะตลอดทั้งปีที่ผ่านมา และเป็นระยะทางที่ลึกถึง 18-20% แต่สิ่งที่กดดันตลาดหุ้นในภูมิภาคน่าจะเป็นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ที่ชะลออย่างชัดเจนโดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของทั้งภูมิภาค และมีบทบาทต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ต่างๆ 

ภาวะ Oversupply ของน้ำมันจะต่อเนื่องในปี 2016 แต่ลดแรงกดดันเงินเฟ้อ ปริมาณน้ำมันดิบจากอิหร่านซึ่งน่าจะเริ่มเข้าสู่ตลาดตั้งแต่ ม.ค. 2016 ขณะที่รัสเซีย อิรัก ยืนกรานไม่มีแนวโน้มลดกำลังการผลิต และกลุ่ม OPEC ยังไม่สามารถตกลงเกี่ยวกับเพดานการผลิตใหม่ช่วงครึ่งปีแรกได้ ส่วนสหรัฐได้ยกเลิกกฎหมายห้ามส่งออกน้ำมันดิบที่ใช้มานานกว่า 40 ปี บวกกับทิศทางดอลลาร์ที่แข็งค่า ปัจจัยเหล่านี้ล่วนซ้ำเติมราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก จึงเชื่อว่ากลุ่มพลังงานจะยัง Underperform ตลาดต่อไป เราแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำคือ PTTGC (ราคาเป้าหมาย 70 บาท) และ EPG (ราคาเป้าหมาย 15 บาท

ค่าเงินบาทอยู่ในทิศทางอ่อนค่า การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed ทำให้อัตราผลตอบแทนโดยเปรียบเทียบของไทยลดลง แนวโน้มกระแสเงินทุนจึงน่าจะยังไหลออก กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจะได้ประโยชน์จากเงินบาทที่อ่อนค่า แนะนำ MINT (ราคาเป้าหมาย 36 บาท) และ BDMS (ราคาเป้าหมาย 22.50 บาท) ส่วนหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ใกล้เต็มมูลค่าแล้ว เหลือเพียง SVI (ราคาเป้าหมาย 6.40 บาท) ที่แนะนำ

อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ เราคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับขึ้น 1 ครั้งในช่วง 2H16 เป็น 1.75% ซึ่งอยู่ในระดับที่ผ่อนคลายเพียงพอต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

การลงทุนภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เราคาดการณ์ GDP ปี 2016 ขยายตัว 3.3% การเติบโตหลักจะมาจากการลงทุนภาครัฐ ที่แม้จะมีสัดส่วนเพียง 7% ของ GDP แต่จะช่วยสร้างบรรยากาศและความเชื่อมั่นในประเทศ รวมถึงเป็นแรงส่งที่ดีต่อการลงทุนภาคเอกชน หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (-1% ในปี 2015) และวัสดุก่อสร้าง (+8% ในปี 2015) จะกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง รวมถึงกลุ่มธนาคารที่ Underperform ตลาดอย่างมากในปี 2015 (-28% ในปี 2015) จะกลับมาดีขึ้นเมื่อสินเชื่อขยายตัว และสถานการณ์ NPL ที่ดีขึ้น

คาดกำไรสุทธิโต 26% (ปี/ปี) จากฐานต่ำ ประเมิน SET Target 1,500 จุด เราคาดกำไรสุทธิปี 2015 หดตัว 2.8% เมื่อเทียบปีต่อปี และฟื้นตัวบวก 26.2% เมื่อเทียบปีต่อปี ในปี 2016 แต่หากตัดกลุ่มพลังงานออกไป กำไรสุทธิในปี 2015 จะเพิ่มขึ้น 4.7% และปี 2016 เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบปีต่อปี การเติบโตระดับ 10% ไม่ใช่ระดับที่น่าพอใจเมื่อเทียบกับในอดีตที่เติบโตปีละ 14-15% เมื่ออิง PE 16 เท่า เท่ากับ +1.2 SD ของค่าเฉลี่ยในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา ทำให้ SET Target ปี 2016 อยู่ที่ 1,500 จุด มี Upside จากราคาปิดสิ้นปีก่อน 16% ถือว่าเป็นปีที่ดีขึ้นจากปี 2015 ที่ SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นลบถึง 14%

อย่างไรก็ตาม ปี 2016 ยังเป็นปีที่มีความผันผวนสูงปัจจัยลบส่วนใหญ่เป็นปัจจัยต่างประเทศ การเลือกซื้อลงทุน แนะนำเลือก Selective Buy เป็นรายตัวแบบ Bottom up โดยหุ้นที่เราชอบได้แก่ ASEFA, BEM, BIG, CK, EPG, MTLS, TACC

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69