
ภูมิคุ้มกันคำวิจารณ์ เมื่อรู้จักตัวเอง
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
เรามาเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันให้กับความเข้มแข็งทางจิตใจกัน ก่อนเริ่มต้นทำงานทั้งกับลูกค้า ทีมงาน เพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้อง ในปี 2559 เพราะความมั่นคงทางอารมณ์นั้นส่งผลมากมายกับการกระทำของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน หรือเรื่องส่วนตัว เริ่มจากการสร้างความมั่นคงทางจิตใจจากการโดนวิพากษ์วิจารณ์ กล่าวหาหรือนินทา โดยจะขอยกคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุมาเป็นข้อเตือนใจ
“เขาว่าเราจริงก็ไม่ต้องโกรธเขา เพราะมันเป็นเรื่องจริง เขาว่าเราไม่จริงก็ไม่ต้องโกรธเขา เพราะเรื่องมันไม่จริง เท่านี้ก็จบ”
เราเคยลองมองดูความจริงของตัวเองหรือไม่ว่าอะไรคือจุดเด่นจุดด้อยของตัวเอง ข้อดีข้อเสียในการทำงานของตนเองคืออะไร ส่วนใหญ่ไม่เลือกที่จะมองความเป็นจริง เรามักจะมองไม่เห็นความผิดพลาดของตัวเอง แน่นอนว่านอกจากจุดแข็ง จุดอ่อนของตัวเราเองจะสะท้อนออกมาในรูปแบบการทำงานแล้ว การตัดสินใจ หรือผลงานต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นก็ย่อมเกิดจากปัจจัยแวดล้อม เงื่อนไข หรือสถานการณ์ในเวลานั้นๆ ด้วย
ยกตัวอย่างเช่น เรามักอ้างว่าจากความสามารถของเราจะทำผลงานออกมาได้ดีกว่านี้ ถ้าเหตุการณ์ภายนอกไม่เป็นแบบนี้ แต่คำถามที่เราต้องตอบให้ได้คือ จากความสามารถที่เราหรือทีมเรามีอยู่ เราใช้ความสามารถทั้งหมดอย่างเต็มที่หรือยังภายใต้เงื่อนไขนั้นๆ
เมื่อเราโดนว่า วิพากษ์วิจารณ์จากทั้งหัวหน้า ลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน อารมณ์แรกที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัว คือไม่พอใจ โกรธ และต้องการให้เขารับฟังคำอธิบาย (หรือคำแก้ตัวให้กับตนเอง เนื่องจากส่วนใหญ่คำอธิบายก็ยกเหตุปัจจัยภายนอกมาทั้งนั้น อาจกลายเป็นการโทษคนอื่นโดยที่ไม่ได้มองดูความผิดพลาดของตัวเอง) ซึ่งโอกาสในการยอมรับฟัง หรือรับผิดโดยที่ไม่มีคำแก้ต่างนั้นมีน้อยมาก หรือแทบจะไม่มีเลย โดยจะกลายเป็นการปิดกั้นตัวเอง
เพราะในกรณีที่คำกล่าวหานั้นเป็นเรื่องจริง เราจะสูญเสียโอกาสในการปรับปรุง แก้ไข หรือพิจารณาข้อด้อยของตัวเองไปอย่างน่าเสียดาย แต่ถ้าเรารู้ว่าเป็นเรื่องจริง ยอมรับว่าเป็นข้อผิดพลาด หรือข้อด้อยของเราจริง เราจะรู้สึกขอบคุณคำวิจารณ์เหล่านั้น และนำมาปรับปรุงพัฒนาตัวเอง เราก็จะสามารถพัฒนาตัวเองให้เจริญยิ่งขึ้นไปได้
ในความเป็นจริง ถ้าเราทำงานตามหน้าที่อย่างเต็มความสามารถแล้ว เราย่อมไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องโกรธ ไม่พอใจ หรือเสียใจ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นย่อมเป็นเหตุการณ์ที่ดีที่สุดที่ได้เกิดขึ้นสำหรับเรา เพราะเกิดจากเหตุที่เราทำไว้ดีที่สุดในตอนนั้นแล้ว และสิ่งที่เราทำไปย่อมปรากฏหลักฐานไม่ทางใดก็ทางหนึ่งที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนให้รับรู้และเข้าใจได้ (เช่นเดียวกันกับการกล่าวว่าด้วยถ้อยคำที่ไม่เป็นจริง)
ดังนั้น การที่อยู่กับความเป็นจริง ยอมรับความเป็นจริง และการที่เรามีทัศนคติที่ต้องการเรียนรู้ เข้าใจ พัฒนาตนเอง และต้องการทำงานอย่างเต็มที่สุดความสามารถตามความเป็นจริงจะเป็นภูมิคุ้มกันอย่างดีให้กับจิตใจเมื่อมีคำวิพากษวิจารณ์ หรือโดนคนอื่นว่ากล่าว โดยไม่ทำให้เราเกิดอารมณ์โกรธ โมโห ไม่พอใจ หรือไม่ขุ่นมัว แต่กลับจะเป็นแรงผลักดันหรือส่งเสริมให้เราสามารถพัฒนาตัวเองได้ต่อไป







