
กวดวิชา... ไล่กวดไม่ทัน
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
โดย...ศาสตราจารย์ ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
เทศกาลส่งท้ายปีเก่า และต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2559 ได้ผ่านพ้นไปด้วยความสุขของคนไทย ที่ได้ท่องเที่ยว พักผ่อน และอยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น ก่อนกลับมาสู้ชีวิตกันต่อไป
ช่วงหยุดปีใหม่ ผมมีโอกาสไปกราบญาติผู้ใหญ่ ไปเจอหลานวัย 11 ขวบ กำลังนั่งอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเข้าชั้น ม.1 เพราะเทศกาลรับเด็กกำลังเริ่มขึ้นในเดือน ก.พ.นี้ เห็นตัวอย่างข้อสอบคณิตศาสตร์แล้วตกใจ เพราะอาจารย์วิศวะปริญญาเอกอย่างผมต้องมึนตึบ ทำเกือบไม่ได้
จึงไม่แปลกที่ผู้ปกครองเด็กประถมต้องไปเข้าคิวสมัครเรียนกวดวิชาให้ลูกตั้งแต่วัยเยาว์ เสาร์-อาทิตย์ไม่ได้ไปไหน ต้องรอเฝ้าลูกทั้งวันแถวสยามสแควร์ ปีใหม่แทนที่จะได้ท่องเที่ยวอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข
ปีนี้รัฐบาลมุ่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่อยากให้ลืมดูแลเด็กไทย เพราะเด็กไทยวันนี้จะชี้ชะตาประเทศไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า ถ้าเด็กไทยวันนี้มีวินัย มีความคิดสร้างสรรค์ มีพื้นฐานการศึกษาที่เข้มแข็งเทียบเท่าเด็กสิงคโปร์ ในวันนี้อีก 20 ปีข้างหน้าเราะจะชนะสิงคโปร์อย่างไม่เห็นฝุ่น
การจมปลักกับการแก้ปัญหาในปัจจุบันหรือในรุ่นเราเพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถเปลี่ยนประเทศได้ ควรเอาพลังส่วนใหญ่มาปฏิรูปสร้างคนรุ่นใหม่ เพื่อผลในระยะยาวอย่างคุ้มค่า
ปัญหาเด็กไทยวันนี้ไม่ได้กวดวิชาแค่จะเข้ามหาวิทยาลัย เพราะการเรียนกวดวิชาได้เป็นสิ่งจำเป็นของเด็กไทย ตั้งแต่เข้าประถมจนจบมัธยมไปแล้ว
เราปล่อยปัญหาการกวดวิชาหลายสิบปี ไม่เคยได้แก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม จะไปโทษโรงเรียนกวดวิชาคงไม่ได้ เพราะต้องยอมรับว่าการกวดวิชาได้ผลจริง “เก็งข้อสอบ” ให้สอบเข้าได้จริง แบบนี้ใครมีกำลังก็ต้องส่งลูกไปเรียนกวดวิชา
ถึงเวลาที่ต้องเริ่มปฏิรูปสองเรื่องทันทีแบบมุ่งผลลัพธ์ ไม่ใช่รอปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบที่ต้องใช้เวลาและใช้พลังมากเริ่มจากการ 1.ปฏิรูปหลักสูตรระดับประถมก่อน ที่ปัจจุบัน
ไม่ได้เสริมเรื่องความคิดสร้างสรรค์ เน้นแต่เรื่องทำโจทย์
2.ปฏิรูปเรื่องการสอบเข้าตั้งแต่มัธยมและมหาวิทยาลัยต้องไม่เน้นเพียงแค่เกรด ซึ่งแต่ละโรงเรียนปล่อยเกรดจนเฟ้อไปหมดแล้ว เพื่อสร้างแต้มต่อให้เด็กของตน หรือมุ่งแต่คะแนนสอบกลางที่โดนโรงเรียนกวดวิชาเก็งจนตีโจทย์แตกแทบทุกปี ใครไม่ได้เรียนกวดวิชาก็มีแต่เสียเปรียบ ต้องยอมรับว่าหมดสิทธิเข้าโรงเรียนดีๆ หรือคณะดังๆ ได้
ความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างยอดพลเมือง ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากห้องเรียนกวดวิชาที่ต้องสูญเสียเวลาวันหยุดไปวันละ 4-5 ชั่วโมง แทนที่เด็กจะได้พักผ่อนอยู่กับครอบครัว เล่นสนุกตามวัย และเรียนรู้กับสิ่งแวดล้อมโลกภายนอก ก็ต้องมาเครียดกับการกวดวิชาที่มีเป้าหมายเพียงเพื่อ “เอาชนะข้อสอบ” เท่านั้น
ขณะที่ข้อสอบเข้ามัธยมหรือมหาวิทยาลัย ควรดูแบบอย่างประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่ต้องให้เด็กเขียนเรียงความแสดงความคิดสร้างสรรค์ และความฝันของตนเองออกมา ถือเป็นคะแนนสำคัญในการสอบเข้าเรียนต่อ ข้อสอบควรมีวิชาความรู้รอบตัวที่ทันสมัยและปรับเปลี่ยนทุกปี
แม้ว่าการกวดวิชาอาจจะช่วยทำให้เข้าเรียนต่อได้สมใจ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่า จะช่วยสร้างคนไทยคุณภาพ เพื่อไล่กวดประเทศอื่นทันในอนาคต







