posttoday
ตลาดปีลิงโลดโผนสู่ขาลง เซียนแนะเลี่ยงเก็งกำไร

ตลาดปีลิงโลดโผนสู่ขาลง เซียนแนะเลี่ยงเก็งกำไร

04 มกราคม 2559

ตลาดหุ้นปี 2559 ยากที่จะคาดเดาได้ แต่ถ้าให้เซียนรายใหญ่เดาแล้ว ต่างเห็นตรงกันว่า ยังเป็นตลาดที่ผันผวน ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ชะลอเก็งกำไร เลือกหุ้นชนะตลาด พื้นฐานรองรับ

ตลาดหุ้นปี 2559 ยากที่จะคาดเดาได้ แต่ถ้าให้เซียนรายใหญ่เดาแล้ว ต่างเห็นตรงกันว่า ยังเป็นตลาดที่ผันผวน ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา ชะลอเก็งกำไร เลือกหุ้นชนะตลาด พื้นฐานรองรับ

ปี 2558  ดัชนียืนไม่อยู่ 1,300 จุด  ทำปิดได้เพียง 1,288.02 จุด ลดลง 209.65 จุด หรือ 14%  จากปี 2557 เพราะประการแรก  ต่างชาติขายทั้งปีเป็นเงินสูงถึง  1.54 แสนล้านบาท มีเพียงคนไทยเท่านั้น ทั้งกองทุน สถาบัน รายย่อยและรายใหญ่ ซื้อง่าย ขายเพลินกับตลาดหุ้นไทย

ประการที่สอง ความหวั่นไหวต่อข่าวธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย เก็งกันมาทั้งปี เฟดขึ้นดอกเบี้ยจริงปลายปี

ประการที่สาม ราคาน้ำมันดิบสหรัฐที่ไหลดิ่งจาก 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลงมาใกล้ 30 เหรียญสหรัฐ กระทบหุ้นพลังงานที่เป็นพระเอกของตลาดตลอดกาล ไม่เป็นผู้นำตลาดอีกต่อไป

ประการที่สี่  กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่รับพิษเศรษฐกิจชะลอตัว สินเชื่อไม่โตมาก หนี้เสียบริษัทสหวิริยาสตีล อินดัสตรี  (SSI) กดทับกำไรแบงก์ใหญ่ไทยพาณิชย์ และอีกหลายธนาคาร มีเพียงหุ้นที่ขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่รายใหญ่-รายย่อย พอทำกำไรแก้ตัวแดงในพอร์ตได้บ้าง  

ประการที่ห้า การประมูล 4จี ของค่ายมือถือ สู้ราคาถล่มทลาย แข่งขันดุเดือด หุ้นสื่อสารไม่ได้เป็นหุ้นปันผลที่หอมหวนอีกต่อไป 

สภาพตลาดที่ไร้ข่าวดีสนับสนุน ต่างชาติไม่ลงทุน มีนักลงทุนสักกี่รายที่ชนะตลาด หรือเสมอตัว  นั่นหมายความว่าบุคคลเหล่านี้มียุทธวิธีที่ต้องศึกษายิ่ง

เสี่ยยักษ์-วิชัย วชิรพงศ์ นักลงทุนหุ้นพื้นฐานรายใหญ่ยักษ์ของตลาด กล่าวว่า ปี 2558 การลงทุนชนะตลาด เป็นบวก  แต่เงินลงทุนหายไป 30% จากที่มีเยอะสุดช่วงดัชนี 1,600 จุด ลงมา 1,288 จุด

หุ้นที่ทำให้เสี่ยยักษ์ชนะตลาด เป็นหุ้นขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ที่ถือลงทุนมา 2 ปีแล้ว ผลตอบแทนที่ได้น่าชื่นชม 100% และเชื่อว่าหุ้นตัวนี้จะดีขึ้นตลอด จากธุรกิจที่ผูกขาด หาคู่แข่งไม่ได้ และอนาคตรายได้จากการขนส่งมวลชนโตขึ้นต่อเนื่อง

“เวลาที่ผมดูหุ้น ผมจะดูหุ้นที่ยังไม่มีคนมอง และใช้เวลาอยู่กับหุ้นตัวนั้น 3-4 ปี เฝ้าถามตัวเองว่าหุ้นที่มีอยู่อีก 3 เดือน ยังดีกว่าวันนี้ไหม อีก 1 ปี ยังดีกว่าวันนี้ไหม อีก 2 ปี ยังดีกว่าวันนี้หรือไม่ และอีก 3 ปี ยังดีกว่าวันนี้ไหม ถ้าดีขึ้นเรื่อยๆ ผมจะรอคอย ทนและสู้กันไป”

สำหรับปี 2559 เสี่ยยักษ์ เชื่อว่ายังมีหุ้นดาวรุ่งให้เลือกหา เพียงแต่ต้องเฝ้าหาให้เจอ ศึกษาให้ดี อย่าท้อถอย สุดท้ายต้องถามตัวเองและตอบให้ได้ว่าใจคนเปลี่ยนหรือพื้นฐานหุ้นเปลี่ยน

เสี่ยป๋อง-วัชระ แก้วสว่าง เซียนลงทุนด้านเทคนิครายใหญ่ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาผลตอบแทนเป็นบวกเล็กน้อย 0.2%  ลดลงอย่างรุนแรงเทียบกับปี 2557 ที่ได้รับผลตอบแทนจากหุ้นเกือบ 50% ที่เป็นเช่นนี้มีสาเหตุจากปี 2558 ที่ตลาดผันผวนเล่นยาก ปัจจัยเข้ามากระทบหลายเรื่อง เช่น เฟดขึ้นดอกเบี้ย ราคาน้ำมันที่ลดลง การประมูล 4จี ระเบิดราชประสงค์ฉุดความมั่นใจการลงทุน

ปีเก่าผ่านไป ปีใหม่ลงทุนใหม่ เสี่ยป๋อง ว่า ปี 2559 ต้องเลือกหุ้นที่ได้ประโยชน์จากนโยบายภาครัฐ โครงการขนาดใหญ่ที่รัฐกระตุ้น

“ผมมองนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ งบลงทุน 2.4 ล้านล้านบาท ถ้ารัฐกระตุ้นให้โต ตลาดหุ้นกำไรมากขึ้น ปี 2559 กำไรต่อหุ้นคาดการณ์โตขึ้นจากการวิเคราะห์ของ บล.เอเซีย พลัส มองกำไรต่อหุ้นของตลาด ณ สิ้นปี 2559 ที่ 94.55%  ดีขึ้นจากปี 2558 ที่มีกำไรต่อหุ้น 75%”

เสี่ยป๋อง กล่าวว่า สำหรับปี 2559 นักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นที่ดีขึ้นมาจากแรงกระตุ้นของภาครัฐ และราคาน้ำมันที่ฟื้นตัว ความหวังภาครัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัชนีน่าจะไปได้ 1,418 จุด

กลยุทธ์และเทคนิคการลงทุนของ “เสี่ยป๋อง” ปี 2559 ยังใช้สไตล์เดิมที่ถนัด นั่นคือการลงทุนด้วยสัญญาณทางเทคนิค กราฟสวย เรื่องราวเสริม ระยะเวลาและจังหวะการเข้าซื้อ-ขาย  เน้นการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาหุ้น ซึ่งเป็นวิธีที่ทำเงินให้เสี่ยป๋องมามากนับไม่ถ้วน

เสี่ยแตงโม-สมเกียรติ ธนัตถ์เจริญกุล เสี่ยใหญ่ชื่อดังที่พลิกสไตล์เก็งกำไรชั่วข้ามคืน หันมาเป็นนักลงทุนหุ้นคุณค่า (วีไอ) ลงทุนระยะยาว และปีที่ผ่านมาสอบตกจากการลงทุนหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่คาดการณ์ไม่ถึงว่าจะเสียศูนย์การประมูล 4จี รุนแรงกว่าที่คิด เฉพาะหุ้นตัวนี้ถือว่า “เสี่ยแตงโม” สอบตกจากการลงทุน แต่ยังสามารถพูด 3 คำสั้นๆ “มีความสุข” กับหุ้นพลังงานบริสุทธิ์ (EA) ที่ทำให้เขามั่นใจว่าการลงทุนตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ไม่ผิดทาง

สำหรับการลงทุนปี 2559 เสี่ยแตงโม มองว่าการลงทุนระยะยาวก็ยังไม่ดี  การเก็งกำไรก็ไม่ได้ทำให้เสี่ยแตงโมไม่มีแผนการลงทุน (หุ้น) ใหม่ๆ เพราะยังมองไม่เห็นตัวกระตุ้นให้ตลาดดีขึ้นไปกว่านี้ได้ ส่วนหุ้น TRUE ที่ลงทุนผิดพลาดไปแล้ว เป้าหมายไม่เปลี่ยนใจคือ อดทนถือและพร้อมเพิ่มทุนตาม แต่จะไม่ซื้อในกระดานเพิ่ม

“การลงทุนหุ้นทรูของผมเหมือนอยู่กลางมหาสมุทร หนีไม่ได้แล้ว การลงทุนวันนี้ถ้าฝืนบุกเข้า (ตลาด) เจ็บตัว เอาเวลาไปทำอะไรที่ชอบ เป็นความสุขที่ได้ทำยิ่งใหญ่กว่า และผมก็ได้ทำแล้ววันนี้ คือ การเข้าซื้อกิจการโรงแรมซิตี้ คอร์ด 112 ห้องที่เชียงใหม่ เป็นการวางรากฐานธุรกิจให้กับลูกๆ เมื่อเราเป็นคนคิดให้ลูกแล้ว ต้องลงมือทำจริง และถ้าตลาดกลับมาดี ผมก็พร้อมเข้า” เสี่ยแตงโม กล่าว

หมอวิน-รัชต์ชยุตม์ จีระพรประภา หมอนักลงทุนด้านเทคนิค ที่พาให้หมอวินคนนี้พิชิตตลาดหุ้นด้วยผลตอบแทนถึง 40% ด้วยหุ้นตัวที่พาหมอวินชนะตลาด ต้องเป็นตัวที่แข็งแกร่งต้านตลาดขาลงได้อย่างดี นั่นคือหุ้นยางมะตอย ที่เขาถือว่าเป็นหุ้นดีที่สุดแห่งปีเลยทีเดียว  ซึ่งเขาบอกว่าโดยรวมมีทั้งได้และเสีย ลงทุน 10 ตัว ได้ 3 ตัวที่เป็นตัวใหญ่ ตัวไหนขาดทุนก็ต้องตัดขาดทุนให้โดยเร็ว

หมอนักเทคนิค บอกว่า ปี 2552 ถึงปี 2557 ทางเทคนิคเป็นแนวโน้มขาขึ้นตลอด ฐานยกสูงขึ้น การลงทุนทั้งนักลงทุนหุ้นพื้นฐาน หรือนักเทคนิค ทุกคนได้เงินมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา แต่ต้นปี 2558 เป็นจุดเปลี่ยนไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 1,650 จุด และกลางปีดัชนี ตกผ่านแนวโน้มที่เป็นขาขึ้นบริเวณ 1,450 จุด ใครที่ถือหุ้นระยะยาวที่เป็นขาขึ้นมาหลายปี  ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ ขาดทุนหมด เพราะดัชนีเปลี่ยนแนวโน้มขาลงตอนกลางปี จะเห็นว่าหุ้นหลายๆ กลุ่มเริ่มลดลงของมูลค่าหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากกลุ่มธนาคาร พลังงาน สื่อสาร ตกผ่านแนวโน้มขาขึ้นสู่ขาลง ทำให้หุ้นที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้ตกลง เช่นบริษัท ปตท. (PTT) ต้นปีสูงสุด  382 บาท  ต่ำสุด 210 บาท หรือลงมา 33%

 “ใครถือลงทุนหุ้นวีไอปีที่ผ่านมาผลการลงทุนไม่บวก หรือบวกไม่มาก สำหรับผมที่เชื่อสัญญาณเทคนิคอยู่แล้ว ชนะตลาดพอร์ตเป็นบวกได้ถึง 40%”

หมอนักลงทุนบอกเคล็ดลับการเลือกหุ้นกับสไตล์ลงทุนของตัวเอง ต้องเริ่มจากการเลือกหุ้นที่สัญญาณเทคนิคสวย ซึ่งไม่ง่ายนักกับนักลงทุนที่ไม่ได้ศึกษาเทคนิคมาก่อน หลังจากที่ได้ตัวหุ้นแล้ว ก็ต้องมาพิจารณาดูว่าผลประกอบการต้องไม่ขาดทุน หรือเป็นหุ้นปั่น เข้าใจง่ายๆ คือ ต้องมีพื้นฐานรองรับเทคนิคด้วย

สำหรับการลงทุนปี 2559 หมอวิน มีมุมมองส่วนตัวว่าตลาดจะซึมออกข้างๆ เป็นแนวโน้มขาลงอยู่ ดัชนีไม่รีบวกกลับเป็นขึ้น ซึ่งลักษณะนี้ทำให้เก็งและเล่นยากเหมือนปี 2558 และอาจจะยากกว่าปีที่ผ่านมา มองดัชนีในกรอบ 1,100-1,350  จุด

“การลงทุนต้องระมัดระวังตัว นักเทคนิคต้องเลือกหุ้นที่ชนะตลาดได้ ไม่ควรจะซื้อถัวเฉลี่ย เพราะไม่รู้ก้นอยู่ตรงไหน จากต้นทุน 10 บาท ถ้าซื้อถัวเฉลี่ยตลอดทาง จนเงินหมดหน้าตัก แล้วขายไม่ได้ติดหุ้นขาดทุน  แต่ถ้าหุ้นขาขึ้น ซื้อถัวเฉลี่ยแล้ว ขายได้” หมอวิน กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ