
เข้าระบบ
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. 2558 ส่งท้ายปีด้วยการอนุมัติมาตรการจูงใจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าสู่ระบบฐานภาษี โดยให้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป
มาตรการดังกล่าว เบื้องต้นผู้ได้สิทธิประโยชน์จะเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และมียอดขายไม่เกิน 30 ล้านบาท/ปี กลุ่มนี้เมื่อมาลงทะเบียน เข้าระบบจะลดภาษีเหลือ 0% ในปีแรก ปีที่ 2 จะเสียภาษีในอัตรา 10% และปีที่ 3 เป็นต้นไป จะเสียในอัตราปกติที่ 20%
ส่วนกลุ่มที่มียอดขายไม่เกิน 500 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ของประเทศ ที่มีสัดส่วน 96% ของผู้ประกอบการทั้งหมด หากมาลงทะเบียนสรรพากรจะไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง แต่จะมีการตรวจสอบหากพบการเลี่ยงภาษี และกลุ่มนี้จะต้องจัดทำมาตรฐานบัญชีเดียวของสรรพากรเท่านั้น เพราะหากไม่จัดทำบัญชีเดียว ภายในปี 2562 จะไม่สามารถยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้
มาตรการครั้งนี้ ถือเป็นทั้งมาตรการจูงใจ และจัดระเบียบผู้ประกอบการให้เข้าระบบที่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งตัวผู้ประกอบการเอง และระบบเศรษฐกิจโดยรวม ที่ต้องพึ่งพาผู้ประกอบการรายเล็กรายกลางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต
ก่อนหน้านี้ หน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานพยายามจัดระบบให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ควบคู่ไปกับการใช้มาตรการจูงใจ ทั้งวงเงินซอฟต์โลน 1 แสนล้านบาท และเพิ่มอีก 5 หมื่นล้านบาท การขึ้นทะเบียนธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ระบบสนับสนุนด้านการเงินรูปแบบใหม่ๆ สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ ทั้งกองทุนร่วมลงทุน, การระดมทุนผ่านระบบออนไลน์ หรือคราวด์ ฟันดิ้ง เป็นต้น
แต่ดูเหมือนว่าผู้ประกอบการรายเล็กจะยังไม่มาเข้าระบบ และเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่ภาครัฐผลักดันออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งเท่าที่สอบถามเบื้องต้นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะรุ่นใหม่ ไม่มีเจตนาจะเลี่ยงภาษี แต่อาจด้วยความยุ่งยาก ทั้งขั้นตอนและใช้ระยะเวลาในการดำเนินงาน ขณะที่ยังมีช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอื่นๆ อีกมากมาย ยิ่งในต่างประเทศ หากเป็นผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ มีความโดดเด่น จะไม่มีปัญหาในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือการสนับสนุนในด้านต่างๆ
ดังนั้น ภาครัฐอาจต้องหันกลับมาพิจารณากระบวนการ ขั้นตอนดำเนินการต่างๆ ว่าเป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการจริงหรือไม่ หากมาตรการต่างๆ สามารถตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เชื่อว่าจะได้รับความร่วมมืออย่างแน่นอน สุดท้ายทั้งภาครัฐและเอกชน จะวิน-วินด้วยกันทั้งคู่







