
เอไอเอสงัดทุกกลยุทธ์ มั่นใจลูกค้าอยู่หมัด
นับเป็นค่ายเดียวที่กำลังเร่งพัฒนาคลื่น 4จี และเปิดให้ลูกค้าเก่าได้ใช้งานกันเสียที แม้จำนวนคลื่นที่มีน้อยในขณะที่ลูกค้าเยอะมาก ทำให้ช่วงต้นปีเอไอเอสมีลูกค้าถึง 44 ล้านราย แต่หลังจากต้องเสียฐานลูกค้า 2จี ไป ทำให้เหลือลูกค้าในมือประมาณ 38-39 ล้านราย แต่ถ้าสามารถดึงลูกค้า 2จี กลับมาไว้ในอ้อมอกได้ ก็ยังรักษาความเป็นเบอร์ 1 ได้เหมือนเดิม แม้ค่ายอื่นจะโหมใช้ทุกวิถีทางมาแย่งลูกค้ากลุ่มนี้ก็ตาม
นับเป็นค่ายเดียวที่กำลังเร่งพัฒนาคลื่น 4จี และเปิดให้ลูกค้าเก่าได้ใช้งานกันเสียที แม้จำนวนคลื่นที่มีน้อยในขณะที่ลูกค้าเยอะมาก ทำให้ช่วงต้นปีเอไอเอสมีลูกค้าถึง 44 ล้านราย แต่หลังจากต้องเสียฐานลูกค้า 2จี ไป ทำให้เหลือลูกค้าในมือประมาณ 38-39 ล้านราย แต่ถ้าสามารถดึงลูกค้า 2จี กลับมาไว้ในอ้อมอกได้ ก็ยังรักษาความเป็นเบอร์ 1 ได้เหมือนเดิม แม้ค่ายอื่นจะโหมใช้ทุกวิถีทางมาแย่งลูกค้ากลุ่มนี้ก็ตาม
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เปิดเผยว่า แม้บริษัทจะมีคลื่นในมือน้อยที่สุด แต่มีลูกค้าในมือมากที่สุด เรายอมรับว่าเอไอเอสมีทีมเทคนิคที่เก่งมาก สามารถรักษาฐานลูกค้าจำนวนมากในมือให้ดีที่สุด แม้จะมีคลื่นความถี่น้อยก็ตาม และแม้จะแพ้การประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ และได้เพียงคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ มาถือในมือเพียงใบเดียว แต่เชื่อว่าจะให้บริการได้ดีมาก
“เราไม่ได้มีคลื่นในมือน้อย จากจำนวนคลื่นที่มีในมือกับการทราบล่วงหน้าว่ามีคลื่นที่ตกลงกับทางทีโอทีนั้น ทำให้เรามีคลื่นอยู่ล่วงหน้าในมือจำนวน 15 MHz แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะถอย เอไอเอสยังเต็มที่ทุกครั้งกับการประมูลใบอนุญาตทั้งสองใบ และการหยุดลงเงินประมูลนั้น เรามองว่าควรจะประมูลกันอย่างมีสติ คิดเรื่องความคุ้มค่าก่อนการลงทุนทุกครั้ง ไม่หวังแข่งเพื่อเล่นสงครามราคากับใครทั้งสิ้น”
ทั้งนี้ เอไอเอสมีกลยุทธ์ 5 ข้อ สำหรับทีมผู้บริหารที่เข้าไปในห้องประมูล นั่นคือ 1.นำมูลค่าคลื่น 900 MHz จากประเทศต่างๆ มาคำนวณ 2.มูลค่าของต้นทุนที่จะประหยัดขึ้นเมื่อได้คลื่นนี้มา 3.มูลค่าลูกค้าที่ใช้งาน 2จี ในระบบจำนวนเกือบ 1 ล้านเลขหมาย กับอีก 10 ล้านเลขหมายที่ยังใช้เครื่อง 2จี บนโครงข่าย 2100 MHz 4.เรื่องผู้เล่นรายที่ 4 หากเข้ามาในตลาดจะเป็นอย่างไร และ 5.นำข้อมูลทั้งหมดข้างต้นมาวิเคราะห์ ด้วยวิจารณญาณของผู้บริหารที่เข้าไปในห้องประมูล
“เมื่อรวมปัจจัยทั้ง 5 จึงประเมินว่าราคาของคลื่น 900 MHz ไม่ควรเกินกว่า 7.5 หมื่นล้านบาท หากราคาสุดท้ายที่เสนอจะมากกว่ามูลค่าดังกล่าว ทางเราก็กังวลในเรื่องการบริการลูกค้าที่อาจไม่ดีเหมือนเดิม และเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชนรับภาระเรื่องค่าบริการ ส่งผลให้ประเทศชาติเสียหายมากกว่า”
ในส่วนของลูกค้าบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ของเอไอเอสที่ยังเหลืออยู่นั้น บริษัทจะยื่นหนังสือขอเยียวยาต่ออีก 8 เดือน เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้พิจารณาถึงการเปลี่ยนเครื่องและย้ายเครือข่ายมาอยู่บนฐาน 3จี ของเอไอเอส เพราะเชื่อว่าลูกค้ายังคงต้องการใช้งานเครือข่ายที่ดีของเอไอเอสต่อไป
“บริษัทจะมีโปรโมชั่นตลอดช่วงปีใหม่และยังไม่มีกำหนดสิ้นสุดผ่านสื่อหลักและโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ เพื่อชักชวนให้ลูกค้าที่ใช้งานเครื่อง 2จี เดิม บนฐาน 900 ประมาณ 1 ล้านเลขหมาย ตัดสินใจใช้งานเครื่อง 3จี หรือ 4จี บนฐาน 1800 และ 2100 ซึ่งงบที่เราไม่ได้เสียไปกับค่าประมูลจะถูกนำมาใช้เพิ่มคุณภาพสัญญาณ และติดตั้งเซลล์ไซต์ในจุดต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าให้มีคุณภาพที่ดี และหลังการเปิดใช้งาน 4จี อย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค.นี้ ลูกค้าจะต้องรู้สึกดีและคุ้มค่ากับการใช้งาน 4จี ของเอไอเอสแน่นอน”
ไม่ว่าการแข่งขันของตลาดโทรคมนาคมจะดุเดือดแค่ไหน แต่สิ่งดีคือลูกค้าจะได้ใช้บริการคลื่นและท่องโลกออนไลน์บนเครือข่ายที่ดีทุกค่ายแน่นอน







