posttoday
สิ่งที่ผ่านไป... และสิ่งที่กำลังจะผ่านมา

สิ่งที่ผ่านไป... และสิ่งที่กำลังจะผ่านมา

29 ธันวาคม 2558

วันนี้ก็คงเป็นวันอังคารสุดท้ายของปี 2015 แล้ว ใครที่ยังไม่ได้ทำอะไร ตั้งเป้าไว้แล้วลืมไว้กลางทาง ก็เริ่มกันใหม่ปีหน้านะครับ ในปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ไม่ง่ายในโลกการลงทุน เรียกได้ว่า เป็นปีที่ท้าทายปีหนึ่งเลยทีเดียว ก่อนหมดปีนี้ผมก็ขอสรุปเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในปีหน้า

วันนี้ก็คงเป็นวันอังคารสุดท้ายของปี 2015 แล้ว ใครที่ยังไม่ได้ทำอะไร ตั้งเป้าไว้แล้วลืมไว้กลางทาง ก็เริ่มกันใหม่ปีหน้านะครับ ในปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ไม่ง่ายในโลกการลงทุน เรียกได้ว่า เป็นปีที่ท้าทายปีหนึ่งเลยทีเดียว ก่อนหมดปีนี้ผมก็ขอสรุปเหตุการณ์ใหญ่ๆ ที่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจในปีหน้า

หลังจากที่เฟดส่งสัญญาณมาตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยตามการคาดการณ์เป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงกลางปี 2549 ส่งผลให้กรอบอัตราดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 0.25-0.50%

การอ่อนตัวลงต่อเนื่องของราคาน้ำมันจากต้นปีที่ลดลงกว่า 37% ก็เป็นตัวเลขที่หลายคนคาดไม่ถึง ปัจจุบันราคาน้ำมันอยู่ที่ 38.10 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งลดลงจาก 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เมื่อต้นปี

ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงเกือบ 40% ทั้งๆ ที่ต้นปีสามารถสร้างผลตอบแทนได้ถล่มทลายจนถึงเดือน พ.ค. แต่กลับปรับตัวลดลงต่ำสุดในช่วงเดือน ก.ย.

ตลาดหุ้นไทยก็ปรับลดลงเกือบ 15% โดยมีปัจจัยกดดันทั้งจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ

แต่สิ่งหนึ่งที่เราเห็นคือ เหตุก่อการร้ายใจกลางเมืองในช่วงกลางเดือน ส.ค.นั้น ส่งผลกระทบในช่วงสั้นๆ ไม่ได้ส่งผลในระยะยาวเหมือนปัจจัยด้านเศรษฐกิจ และไม่ว่าอย่างไรในปีหน้าโลกก็ต้องเผชิญความเสี่ยงสำคัญอยู่ 3 เรื่อง ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่เชื่อมต่อกับเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในปีนี้นั่นเอง ไม่ว่าเป็น

การขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นความเสี่ยงที่ถูกบรรจุอยู่ในทุกแผนการลงทุนของผู้จัดการกองทุน แต่จากนี้เฟดจะปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือปรับอย่างรวดเร็ว จะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ถ้อยคำแถลงของเฟด หรือการคาดการณ์ของผู้ลงทุน เพราะหากปรับเร็วเกินไป สหรัฐเองก็อาจได้รับผลกระทบจนเศรษฐกิจไม่สามารถขยายตัวได้ตามที่หวัง

เศรษฐกิจจีนยังคงเป็นเรื่องที่หลายคนจับตา แต่การประเมินความเสี่ยงของเศรษฐกิจจีนนั้นไม่ง่ายนัก ล่าสุดก็มีสัญญาณว่าจีนอาจทำให้เงินหยวนอ่อนค่าในปีหน้า เพื่อเอื้อให้การส่งออกปรับตัวดีขึ้นและกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่ยังไม่ฟื้นตัว ทำให้ประเทศที่ขายแข่งกับจีนซึ่งส่วนมากเป็นประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนา และไทยก็เป็นหนึ่งในนั้นค่อนข้างเหนื่อยในปีหน้า

ราคาสินค้า Commodity ไม่ว่าจะทองคำหรือน้ำมันที่ต่ำลงมาก ในปีหน้าก็คาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำต่อไป

ใน 3 เรื่องข้างต้น ถือเป็นเรื่องที่เราต่างคาดเดาไว้อยู่แล้ว แต่ยังพบว่าความเสี่ยงด้านการก่อการร้ายยังคงต้องจับตาและจะยังรบกวนจิตใจเราต่อไป และล่าสุดทางการสหรัฐและอังกฤษ ก็ประกาศเตือนว่า อาจเกิดเหตุก่อการร้ายในกรุงปักกิ่งในช่วงวันคริสต์มาส ซึ่งผมว่าการแจ้งเตือนแบบนี้จะเป็น Noise ไปตลอดในปีหน้า

สำหรับในไทยเอง แม้ว่าเราจะมีความหวังจากแผนการลงทุนของภาครัฐบาลในปีหน้า ก็มีความท้าทายเฉพาะที่เราต้องจับตามอง ในหลายๆ ประเด็น

การส่งออก ที่แม้ว่าค่าเงินบาทจะอ่อนลงในปีนี้เกือบ 10% แต่ในทางหนึ่งเพื่อนบ้านและคู่แข่งก็พบว่าค่าเงินก็อ่อนค่าลงเช่นกัน นอกจากนั้นคู่ค้าหลักสำคัญอย่างจีนเศรษฐกิจก็อยู่ในภาวะชะงัก ทำให้โอกาสที่การส่งออกจะเติบโตมากในปีหน้าเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากทีเดียว

ภัยแล้ง ที่ดูจะเป็นภัยเงียบสำคัญในปีหน้า ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะกระทบต่อภาคครัวเรือน และกำลังซื้อของภาคประชาชนอย่างไร

ราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลให้รายได้ภาคเกษตรลดลง เพราะฉะนั้นการจับจ่ายน่าจะมีแนวโน้มลดลง

การบริโภคภายในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว และมีสัญญาณชะลอตัว ทำให้แนวโน้มอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจมีจำกัด

ปีหน้าก็คงเป็นอีกปีที่เรายังคงอยู่ในความผันผวนต่อไป แต่โดยส่วนตัวก็เชื่อว่าโครงการภาครัฐที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ จะมีผลอย่างมากต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ปีหน้าจึงน่าจะสดใสกว่าในปีนี้ โดยเฉพาะตลาดทุนที่ตลอดทั้งปีได้ลดลงมาถึง 15% มาอยู่ในระดับ SET Index ที่ 1,278 จุด ในปัจจุบัน

สุดท้ายนี้ผมก็ขออวยพรให้ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงเป็นปีที่ดีที่สุดของผู้อ่าน และที่สำคัญในปีหน้าน่าจะเป็นปีที่โลกการลงทุนมีความผันผวนมากอีกปีหนึ่ง ผมก็อยากฝากข้อคิดของ Warren buffet ไว้ “Never test the depth of the river with both feet.” อย่าทดสอบความเสี่ยงด้วยเงินทั้งหมดที่มีนะครับ

สามารถเข้ามาพูดคุยกันได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ