
กลต.แก้เกณฑ์รายการเกี่ยวโยง-เทกโอเวอร์
ก.ล.ต.ปรับปรุงเกณฑ์รายการสำคัญ-เกี่ยวโยง ส่วนเกณฑ์เทกโอเวอร์ขอเวลาแก้ไข เลิกใช้เทนเดอร์ออฟเฟอร์
ก.ล.ต.ปรับปรุงเกณฑ์รายการสำคัญ-เกี่ยวโยง ส่วนเกณฑ์เทกโอเวอร์ขอเวลาแก้ไข เลิกใช้เทนเดอร์ออฟเฟอร์
นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ ผู้ช่วยเลขาธิการอาวุโส สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นปรับปรุงเกณฑ์การทำรายการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่มีนัยสำคัญ (MT) และการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน (RPT) ส่วนหนึ่งมีแนวคิดจะยกเลิกการนำมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NTA) มาใช้สำหรับ บจ.บางแห่งที่จะเข้าซื้อกิจการ เพราะเกณฑ์ปัจจุบันนำสินทรัพย์ไม่มีตัวตน รวมถึงผลขาดทุนสะสมมาคำนวณด้วย หากทั้งสองรายการมีจำนวนมากก็จะทำให้ บจ.บางแห่งมีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิติดลบหรือเป็นบวกเล็กน้อยเป็นอุปสรรคต่อการทำรายการ
“จะเปลี่ยนมาใช้สินทรัพย์รวมซึ่งเป็นบวกอยู่เสมอมาคำนวณแทนและลดขนาดรายการได้มาจำหน่ายไปเหลือ 25% ขึ้นไปของสินทรัพย์รวม จากเดิมกำหนดไว้สัดส่วน 50% ขึ้นไปของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ จึงจะต้องยื่นขอมติอนุมัติจากผู้ถือหุ้น คาดว่าจะประกาศใช้เกณฑ์ใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2559” นางวรัชญา กล่าว
ปัจจุบันเกณฑ์ NTA แม้จะซื้อกิจการขนาดเล็กก็เป็นปัญหา ถ้า NTA ติดลบต้องขอมติจากผู้ถือหุ้น ก.ล.ต.จึงดูเทียบเคียงต่างประเทศที่เพิ่งปรับเกณฑ์นี้ คือ ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ที่มีรายการประเภทนี้จำนวนมาก
นางวรัชญา ยังกล่าวอีกว่า ก.ล.ต.วางแผนงานระยะยาวใน 3 ปี จะปรับแก้เกณฑ์ที่เอื้ออำนวยต่อการควบรวมกิจการ รวมถึงการครอบงำกิจการหรือเทกโอเวอร์ให้ทำได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยจะใช้เกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกับประเทศในภูมิภาค อาทิ ฮ่องกง มาเลเซีย กำหนดหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ประกอบด้วย คณะกรรมการ ผู้บริหารของ บจ.และที่ปรึกษาทางการเงิน ว่าต้องมีบทบาทอย่างไร ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนต่างประเทศทำรายการได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาศึกษาเกณฑ์ของไทยที่แตกต่างจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ จะยกเลิกเกณฑ์ปัจจุบันที่กำหนดเฉพาะฝั่งผู้ซื้อ หากได้หุ้นข้ามสัดส่วน 25% ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้น (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ส่วนเกณฑ์ใหม่ไม่ทำให้การเทกโอเวอร์ยากขึ้น เพราะมีขั้นตอนทั้งหมดชัดเจน







