
ปลุกชุมชนปั้นโปรเจกต์ฟื้นศก.
“สมคิด” ปลุกเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ จับมือรัฐ-เอกชนรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ
“สมคิด” ปลุกเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านทั่วประเทศ จับมือรัฐ-เอกชนรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุมเชิงปฏิบัติการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ วันที่ 24 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า ที่ผ่านมาโครงสร้างเศรษฐกิจพึ่งพิงการส่งออกมากเกินไป เมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจึงถูกกระทบอย่างมาก จึงต้องปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในประเทศให้เข้มแข็ง โดยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองจะเป็นเครื่องมือปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้เข้มแข็งขึ้น
นายสมคิด กล่าวว่า มาตรการชุดแรกที่ดำเนินการผ่านกองทุนหมู่บ้านคือให้สินเชื่อ 6 หมื่นล้านบาท สำหรับกองทุนเกรดเอและบี ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและผู้บริโภคดีขึ้น ความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมล่าสุดสูงสุดในรอบ 7 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นใน 3 เดือนข้างหน้าก็ดีที่สุดในรอบ 12 เดือน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินการต่อในระยะต่อไปจะต้องสร้างการเติบโตจากภายใน รัฐบาลจะให้ความสำคัญกับโครงการระดับตำบลและหมู่บ้านผ่านกองทุนหมู่บ้าน แต่จะเป็นโครงการที่เกิดจากความต้องการของชุมชนจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เกิดวิสาหกิจชุมชน การท่องเที่ยวชุมชน ตลาดชุมชน มีการลงทุนระบบอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านใน 2 ปี เพื่อเป็นเครื่องมือช่องทางการตลาดที่สำคัญ การดำเนินการเหล่านี้ จะต้องมีภาคเอกชนที่มีประสบการณ์เข้าไปให้ความช่วยเหลือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และมีภาครัฐเข้าไปสนับสนุน เรียกว่า ประชารัฐ
“ขอให้เครือข่ายกองทุนหมู่บ้านร่วมกันคิดโครงการที่จะเป็นประโยชน์ไว้ให้พร้อม ทางภาครัฐจะเข้าไปช่วยดูแล และประสานกับเอกชนเข้าไปสนับสนุนในจุดที่ตรงกับความต้องการของหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้ทั้งประเทศมีโครงการดีๆ เกิดขึ้น ซึ่งหากโครงการที่ชาวบ้านร่วมกันคิดไม่เกิดขึ้น แนวทางประชารัฐก็จะไม่เกิดเช่นกัน” นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด ย้ำว่า หากไม่เปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจตั้งแต่ตอนนี้ ประเทศก็จะยิ่งถอยลง ที่ผ่านมา
จีดีพีค่อยๆ ลดมาตลอด จาก 10% ลดลงมาเหลือ 7% 5% 3% และตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 2% กว่า ในอนาคตไม่มีทางเป็นไปที่จะกลับไปอยู่ที่เดิมได้ถ้าไม่ลงมือทำอะไร
ด้านนายนที ขลิบทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) กล่าวว่า แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับโครงการของชุมชนที่จะเกิดขึ้นนี้ จะเปิดกว้างเป็นได้ทั้งโครงการด้านการค้าพาณิชย์ อุตสาหกรรม เกษตร สาธารณสุข แต่อย่างน้อยจะต้องมีรายได้เพื่อนำกลับมาคืนธนาคาร
ขณะเดียวกัน สทบ.ได้หารือกับธนาคารเพื่อขออัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยคาดว่าจะนำเสนอกรอบความต้องการของเครือข่ายชุมชนให้รัฐบาลทราบภายใน 1-2 เดือนนี้ และจะสามารถประกาศเกณฑ์การให้สินเชื่อในโครงการเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านนี้ได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2559 โดยหากดำเนินการครบทั่วประเทศได้ทุกตำบลจะมีกว่า 7,000 โครงการ &O5532;







