posttoday
จับตาศึกธุรกิจกลางกรุงผนึกสร้างย่านดูดนักท่องเที่ยว

จับตาศึกธุรกิจกลางกรุงผนึกสร้างย่านดูดนักท่องเที่ยว

25 ธันวาคม 2558

จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นับวันจะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่นับวันจะเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปีนี้คาดว่าจะปิดตัวเลขที่ 30 ล้านคน สร้างเม็ดเงินให้ไม่ต่ำกว่า 2.2 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 11% ของจีดีพีประเทศ ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ต้องออกมาปรับแผนรุก เพื่อชิงเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว

แต่เนื่องจากสถานการณ์ภายในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อ จึงทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับการทำตลาดจากฉายเดี่ยวมาเป็นการผนึกกำลังทำกิจกรรมการตลาดในรูปแบบของย่านธุรกิจมากขึ้น เพื่อสร้างพาวเวอร์ให้กับย่านที่ทำธุรกิจต่อเนื่องมาจนถึงธุรกิจของตัวเอง ซึ่งย่านล่าสุดที่เกิดขึ้น คือ เซ็นทรัล แบงค็อก

การเกิดขึ้นของย่านเซ็นทรัล แบงค็อก นอกจากจะเป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกระดับพรีเมียม ตั้งแต่แยกราชประสงค์ต่อเนื่องมาจนถึงแยกเพลินจิตแล้ว ยังเป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการในธุรกิจโรงแรมระดับ 5-6 ดาว กว่า 30 แห่ง คอนโดมิเนียมกว่า 30 แห่ง สปาหรู ร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์ไทย ร้านอาหารรสเลิศ แหล่งเอนเตอร์เทนเมนต์ชั้นนำ อาคารสำนักงาน สถาบันการเงิน สวนสาธารณะ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงจำนวน 6 แห่ง

หลังจากออกมาประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการ ย่านเซ็นทรัล แบงค็อก ก็ออกมาประกาศแผนเชิงรุกในการโปรโมทย่านทันที ด้วยการลงขันกันรวมเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท ในการทำกิจกรรมการตลาดร่วมกัน เพื่อสร้างแบรนด์ของย่านเซ็นทรัล แบงค็อก ให้เป็นที่รู้จักทั้งในกลุ่มของลูกค้าคนไทย และนักท่องเที่ยวต่างชาติผ่านกิจกรรมการตลาดที่จะจัดขึ้นประมาณ 7-8 งานใหญ่ในปี 2559

นอกจากนี้ ยังจะมีการโปรโมทผ่านเว็บไซต์ www.centralbangkok.com เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เข้ามาดูรายละเอียดย่านเซ็นทรัล แบงค็อก

บุษบา จิราธิวัฒน์ ผู้แทนเครือข่ายผู้ประกอบการในย่านเซ็นทรัล แบงค็อก กล่าวว่า การเกิดขึ้นของย่านเซ็นทรัล แบงค็อก ถือเป็นการสร้างภาคีให้ธุรกิจในย่านมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เนื่องจากมีการเชิญภาคธุรกิจที่สำคัญในย่านราชประสงค์ ชิดลม และเพลินจิตเข้ามารวมตัวกัน ซึ่งหลังจากร่วมกันทำกิจกรรมการตลาดคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในย่านเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20% จากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการในย่านต่อวันเฉลี่ยที่ 1 ล้านคน ส่วนเงินที่นักท่องเที่ยวใช้ภายในย่านปัจจุบันเฉลี่ยที่ 5,000 บาท/คน ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจ

ก่อนหน้าที่ย่านเซ็นทรัล แบงค็อก จะออกมาประกาศความร่วมมือกันโปรโมทย่านเพื่อเรียกนักท่องเที่ยว ก็มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มพลังสยาม ซึ่งประกอบด้วยบริษัท สยามพิวรรธน์ บริษัท เอ็ม บี เค กลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ และผู้ประกอบการร้านค้ากว่า 4,200 ราย ที่ออกมาประกาศแผนเชิงรุกเช่นกัน ด้วยการใช้งบ 1,000 ล้านบาท ทำกิจกรรมปีใหม่ของย่านสยามภายใต้แนวคิด เดอะ ไพรด์ ออฟ แบงค็อก, เดอะ เทรเชอร์ ออฟ เดอะ เวิลด์

สำหรับกิจกรรมที่จะจัดขึ้นตลอดเดือน ธ.ค.นี้ กลุ่มพลังสยามมีแผนที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายรวมกว่า 30 กิจกรรม เริ่มต้นด้วยกิจกรรมการต้อนรับขบวนจักรยานเฉลิมพระเกียรติ BIKE FOR DAD ปั่นเพื่อพ่อ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามด้วยกิจกรรมเอ็มบีเค ไฟล์ท ไนต์ กิจกรรมเอ็มบีเค แฮปปี้ สตรีท เฟสติวัล กิจกรรมสยามสตรีท เวิลด์ กิจกรรมสตาร์ วอร์ส รัน และกิจกรรมเฮย์ คริสต์มาส มาร์เก็ต รวมไปถึงการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า 10-70% จากร้านค้าสมาชิกกว่า 4,200 ร้านค้า

หลังจากจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือน ธ.ค. กลุ่มพลังสยามคาดว่าจะมีกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้ามาใช้บริการภายในย่านสยามเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปกติทุกวันจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในย่านประมาณ 6.5 แสนคน/วัน ขณะเดียวกันก็คาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในย่านสยามเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปกติช่วงเดือน ธ.ค.จะมีเงินสะพัดภายในย่านไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท

อีกหนึ่งย่านที่คาดว่าจะมีเงินสะพัดภายในย่านไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาทเช่นกันในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ คือ ย่านราชประสงค์ เนื่องจากสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ หรืออาร์เอสทีเอ ออกมาประกาศความร่วมมือร่วมกับสมาชิกจัดแคมเปญราชประสงค์ วินเทอร์ เฟส 2015 จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่างๆ เช่น ให้ส่วนลดสูงสุด 70% ของกลุ่มสมาชิกศูนย์การค้า และให้ส่วนลด 20% ของกลุ่มสมาชิกโรงแรม

พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดงานเทศกาลแสงไฟ “ไทยแลนด์ เดอะ คิงดอม ออฟ ไลต์ 2” และงานเคาต์ดาวน์ 2016 ซึ่งถือเป็นไฮไลต์หลักของย่านราชประสงค์ ซึ่งจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นดังกล่าวย่านราชประสงค์คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการในย่านราชประสงค์ไม่ต่ำกว่า 3-4 แสนคน/วัน และเพิ่มขึ้นเป็น 5 แสนคน ในวันจัดงานเคาต์ดาวน์

ในส่วนของย่านประตูน้ำเองก็มีแผนที่จะออกมาโปรโมทย่าน ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและจัดกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันมากขึ้นในนามของสมาคมผู้ประกอบการศูนย์ค้าส่งแฟชั่นย่านประตูน้ำ แต่เนื่องจากขั้นตอนความร่วมมือยังอยู่ระหว่างการหารือ จึงทำให้การจัดกิจกรรมไม่แรงเหมือนกับย่านสยาม ราชประสงค์ และเซ็นทรัล แบงค็อก เช่นเดียวกับย่านเพลินจิต และดิ เอ็มดิสทริค ที่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการต่อจิ๊กซอว์ของธุรกิจในย่าน เพื่อให้ธุรกิจมีความครบวงจรและสมบูรณ์แบบ จึงจะออกมาโปรโมทย่าน เพื่อดึงนักท่องเที่ยวอย่างจริงจัง

แม้ว่าตอนนี้ย่านเพลินจิต ประตูน้ำ และดิ เอ็มดิสทริค จะอยู่ระหว่างต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ แต่หลังจากเสร็จสมบูรณ์ ภาพการแข่งขันของธุรกิจใจกลางเมืองจะคึกคักและรุนแรงกว่านี้แน่นอน

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน