
ดันรายใหญ่ใช้ดิจิทัล
กสิกรไทยรุกลูกค้ารายใหญ่ ดันใช้ธุรกรรมดิจิทัล ตั้งเป้า 5 ปีใช้เพิ่มเป็น 50%
กสิกรไทยรุกลูกค้ารายใหญ่ ดันใช้ธุรกรรมดิจิทัล ตั้งเป้า 5 ปีใช้เพิ่มเป็น 50%
นายสุวัฒน์ เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเสนอบริการทางการเงิน เค-แวลูเชน โซลูชั่น สำหรับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ที่มียอดขาย 400 ล้านบาทขึ้นไป ผลักดันให้ทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างซัพพลายเชนและคู่ค้า เพื่อลดต้นทุนทั้งเงินและเวลาจากการทำธุรกรรมเงินสดและเช็ค
ทั้งนี้ บริการดังกล่าวแบ่งเป็นการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ ประกอบด้วยบริการ เค-คอร์ปอเรต โมบาย เพย์เมนต์ และเค-คอร์ปอเรต โมบายแบงก์กิ้ง รวมทั้งบริการธุรกรรมผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น หนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์เพื่อประมูลงานภาครัฐ เป็นต้น
สำหรับ 10 เดือนที่ผ่านมา ยอดธุรกรรมของลูกค้ารายใหญ่มีมูลค่าประมาณ 25 ล้านล้านบาท กว่า 70% เป็นการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิม ส่วนที่ทำธุรกรรมผ่านดิจิทัลมี 27.5% หรือมูลค่า 5.23 ล้านล้านบาท โดยตั้งเป้ามีสัดส่วนธุรกรรมดิจิทัลเพิ่มเป็น 50% ภายใน 3-5 ปี
“เรามีข้อมูลว่าหากลูกค้ารายใหญ่หันมาทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 5% โดยปีหน้าประเมินว่าจะมีธุรกรรมดิจิทัลประมาณ 6 ล้านล้านบาท เท่ากับประหยัดได้ถึง 3 แสนล้านบาท/ปี นำไปสร้างรถไฟฟ้าได้ 1 สายเลยทีเดียว” นายสุวัฒน์ กล่าว
นายสุวัฒน์ กล่าวว่า ภาพรวมธุรกิจรายใหญ่ปี 2559 ยังมีทิศทางบวกในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ธุรกิจเช่าซื้อที่ติดลบมานานจะกลับมาเติบโตได้ อุปกรณ์ไอทีและอิเล็กทรอนิกส์ได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนอุปกรณ์รับ 4จี และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่น่าจะดี หลังจากกำลังซื้อที่อั้นมานาน
สำหรับธุรกิจเกษตร แม้มีความเสี่ยงด้านราคาต่อจากปีที่แล้ว แต่ลูกค้ารายใหญ่ไม่น่าเป็นห่วง ตรงกันข้ามกลับเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจในรายที่มีความแข็งแรง โดยอาจจะเห็นการซื้อและควบรวมกิจการ ขณะที่กลุ่มโทรคมนาคมที่ประมูล 4จี ต้องหาโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนในการหากำไรจากการประมูลใบอนุญาต
ทั้งนี้ ปี 2559 ตั้งเป้าสินเชื่อรายใหญ่เติบโต 4-6% รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต 12% ขณะที่ลูกค้าที่จะเข้าตลาดหุ้น (ไอพีโอ) ในปี 2559 มีอย่างน้อย 3 ราย มูลค่า 2 แสนล้านบาท เช่น กลุ่มพลังงาน ส่วนกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) มี 3-4 ดีล มูลค่าราว 2-3 หมื่นล้านบาท







