
ฟิทช์คาด‘จัสมิน’เหนื่อย
ฟิทช์คาดมือถือแข่งเดือด ค่าบริการข้อมูลลดลงจากรายเก่าใช้ราคาต้านแจส จัสมินเหนื่อย
ฟิทช์คาดมือถือแข่งเดือด ค่าบริการข้อมูลลดลงจากรายเก่าใช้ราคาต้านแจส จัสมินเหนื่อย
บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศ ไทย) คาดว่า การแข่งขันในอุตสาห กรรมโทรคมนาคมไทยจะมีความรุนแรงมากขึ้น หลังจากการเข้ามาเป็นผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหม่ของบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ ซึ่งชนะการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz ด้วยราคา 7.57 หมื่นล้านบาท
บริษัท แจส โมบายฯ มีแผนที่จะเปิดให้บริการ 4จี โดยฟิทช์ฯ คาดว่าบริษัทน่าจะใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่รุนแรง เพื่อสร้างฐานลูกค้าและแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาดจากผู้ประกอบการรายเดิม ทั้งนี้ แจส โมบายฯ เป็นบริษัทลูกของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสายรายใหญ่ในประเทศไทย
ฟิทช์ฯ คาดว่าค่าบริการด้านข้อมูลของอุตสาหกรรมโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยจะปรับตัวลดลง เนื่องจากผู้ประกอบการรายเดิม ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC (BBB+/AA+(tha)/Stable) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ DTAC (BBB/AA(tha)/Stable) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) จะแข่งขันด้านราคาค่าบริการกับแจส โมบายฯ ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดของผู้ประกอบการน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ซึ่งจะลดทอนผลประโยชน์จากต้นทุนค่าส่วนแบ่งรายได้ที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากการโอนย้ายผู้ใช้บริการไปอยู่ภายใต้ระบบใบอนุญาต นอกจากนี้ผู้ประกอบการรายเดิมน่าจะปรับเพิ่มแผนการลงทุน เพื่อขยายโครงข่าย 4จี ก่อนที่ผู้ประกอบการรายใหม่จะเพิ่มให้บริการ และเพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้งานด้านข้อมูล ซึ่งน่าจะส่งผลให้กระแสเงินสดสุทธิของผู้ประกอบการติดลบ และอัตราส่วนหนี้สินเพิ่มขึ้นในปี 2559
ฟิทช์ฯ คาดว่า บริษัท แจส โมบายฯ อาจต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เนื่องจากยังไม่มีกฎระเบียบในการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน และการเช่าใช้โครงข่ายน่าจะต้องใช้เงินลงทุนที่สูงมากเพื่อสร้างฐานลูกค้า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขยายโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และชำระค่าคลื่นความถี่ที่สูง และการแข่งขันที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม บริษัทน่าจะได้รับผลประโยชน์จากการที่บริษัทให้บริการบนคลื่นความถี่ 900 MHz ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ต่ำ ซึ่งใช้เงินลงทุนในการก่อสร้างโครงข่ายที่ต่ำกว่า เนื่องจากคลื่นดังกล่าวสามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่มากกว่า เมื่อเทียบกับการใช้คลื่นความถี่สูง คาดว่า แจส โมบายฯ น่าจะเริ่มเปิดให้บริการ 4จี ในปี 2559
สำหรับการแข่งขันที่รุนแรง ฟิทช์ฯ คาดว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตของ ADVANC และ DTAC เนื่องจากอัตราส่วนกำไรต่อรายได้ทั้งสองบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและอัตราส่วนหนี้สินอยู่ในระดับต่ำ โดยมีสถานะทางธุรกิจที่ดีในการรับมือกับการแข่งขันที่รุนแรง จึงไม่ส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิต
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงในกรณีที่มีการแข่งขันในอุตสาหกรรมสูงกว่าที่คาดไว้มาก และส่งผลให้ส่วนแบ่งทางการตลาด อัตราส่วนกำไรต่อรายได้ และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ
ผู้ประกอบการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของผู้ประกอบการอาจไม่เพียงพอในการรองรับค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง และอาจส่งผลกระทบในแง่ลบต่ออันดับเครดิต
ด้านหุ้น JAS ยังคงปรับตัวลงแรงที่สุด สำหรับการซื้อขายหุ้น มือถือวันที่สองหลังการประมูลคลื่น 900 MHz จบลง โดยราคาปิดที่จุดต่ำสุด 3.10 บาท ติดลบ 0.60 บาท คิดเป็น 16.22% รวมกับวันก่อนที่รูดลง 1.08 บาท หรือ 22.59% รวม 2 วัน ราคาหุ้น JAS ทรุดหนักถึง 35% หรือหุ้นละ 1.68 บาท และส่งผลต่อเนื่องถึงราคาของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ด้วย
นักวิเคราะห์คาดว่า JAS ยังมีความเสี่ยงเรื่องแหล่งเงินทุน สำหรับการชำระค่าใบอนุญาตที่สูงถึง 7.57 หมื่นล้านบาท รวมถึงการลงทุนในด้านต่างๆ อีกไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท โดยบริษัทไม่สามารถที่จะหาพันธมิตรเข้ามาร่วมลงทุนได้มากนัก เนื่องจากติดเกณฑ์จะต้องถือหุ้นใหญ่ในบริษัท แจส โมบายฯ







