
เราอยู่ในธุรกิจอะไรกัน
“เราอยู่ในธุรกิจอะไรนี่?” ...คำถามนี่ตอบยากมากในยุคนี้!!
“เราอยู่ในธุรกิจอะไรนี่?” ...คำถามนี่ตอบยากมากในยุคนี้!!
ยุคที่ ปตท.ลงมาทำค้าปลีกและร้านกาแฟ
บริษัท TRUE ลงไปทำ Content
ช่อง 3 ลงมาผลิตรายการ และปั้นดาราเอง
และทุกบริษัทในตลาดหุ้น ลงมาทำพลังงานทดแทน (อันนี้ขำขำนะ)
แล้วคำถามคือ ตกลง Vision และ Mission ของบริษัทคุณคืออะไร?
ถ้าโยนคำถามนี้ใส่ผู้บริหาร แม้กระทั่งธุรกิจยักษ์ใหญ่ ยังอึดอัดที่จะตอบ แต่ถ้าเขาตอบไม่ได้ ธุรกิจนั้นๆ อาจกำลังเดินไปสู่ที่นั่งลำบาก แบบ Nokia, Kodak, Blackberry และยักษ์ใหญ่อีกมากมายที่เจอมรสุมธุรกิจซัดเข้ามาแบบตั้งตัวไม่อยู่
พูดก็พูดเถอะ ยุคนี้เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของธุรกิจโลก เรียกได้ว่า Paradigm Shift หรือ “เปลี่ยนแบบโลกพลิกว่างั้นเถอะ”
ผมว่าสิ่งสำคัญในวันนี้ คือ “การกลับมามองจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง จากนั้นเลือกทางเดิน ...ยาก!! ใช่!! ยาก!!” ...แต่ท่ามกลางความยาก มันกลายเป็นโอกาสของคนตัวเล็ก
ผมเคยคุยกับผู้ใหญ่ท่านนึง เขาบอกผมว่า “เกมแบบ Win-win ผมว่า ใครๆ ก็รู้จัก แต่ยุคนี้มันมีเกมใหม่คือ Lose-lose ...อันนี้ซิท้าทายจริง”
'อะไรคือ Lose-lose ?!?'
ใช่!! ยุคนี้ความยาก คือ พฤติกรรมการจ่ายเงินของคนเปลี่ยน ...ถ้าใครอ่านสัมภาษณ์ของธุรกิจเพลงและศิลปิน จะเห็นเลยว่า วันนี้ไม่มีใครยอมจ่ายเงินซื้อ CD ...แต่คนยอมจ่ายเงินเป็นร้อยซื้อกาแฟหนึ่งแก้ว
ไม่!! ผมไม่ได้จะบอกว่าให้เลิกทำเพลงแล้วมาขายกาแฟ ...เพียงแต่จะชี้ให้เป็นว่า “พฤติกรรมการใช้เงินของคนเปลี่ยน ซึ่งวันนี้ที่เปลี่ยนก่อนคือ Mass ผู้บริโภครายย่อย แบบคุณและผม ท่าเริ่มเปลี่ยนก่อน ...จากนั้น บริษัทหรือโลกธุรกิจจะเปลี่ยนตาม”
วันนี้ที่เห็นบริษัทต่างๆ ยังทุ่มงบโฆษณาในสื่อเดิมเพราะเขายังไม่เชี่ยวชาญสื่อใหม่ แต่ทุกคนรู้ว่า เม็ดเงินที่ลงไป กับผลลัพธ์มันไม่คุ้มอีกต่อไป ...สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกับธุรกิจ Start Up ใหม่ ที่เข้ามาท้าทายธุรกิจรายใหญ่แบบมีชั้นเชิง
นี่คือ ภาพของ Lose-lose เกม คือ ทุกคนเห็นโอกาสใหม่ แต่เงินยังไม่มา (แต่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์) ...สิ่งที่ทุกคนทำวันนี้ คือ กระโดดเข้าแย่งชิงลูกค้า วัดกันด้วยฝีมือ สายป่าน ต้นทุน!!
สำหรับคนที่กำลังเริ่มธุรกิจ หรือแม้แต่โดดเข้ามาแล้ว ต้องมองหา คือ
1.สิ่งที่จับต้องได้ ในที่นี้คือเงิน ...รายได้ตรงนี้ไม่ได้จับเพื่อรวย แต่เป็นกระสุนที่ทุกธุรกิจต้องสะสมเป็นสายป่าน (เหมือนสงครามที่ทั้งรายใหญ่ รายเล็ก พยายามสะสมกำลังคนและเสบียง)
2.แผนการที่ชัดเจน ...การพุ่งทรัพยากรไปที่จุดแข็ง ฐานลูกค้าหลัก และการต่อยอดจากส่วนที่กำไรสูงสุด เพื่อรักษาฐานที่มั่นและชัยภูมิที่แข็งแกร่งของตัวเองไว้
3.การตั้งหน่วยกล้าตาย “หน่วยนี้ใช้เงินน้อย แต่เน้นการรบนอกกรอบ เร็ว แรง แต่ทุนต่ำ” ...ตรงนี้คือการออกจาก Comfort Zone ครั้งใหญ่ (ตรงนี้ธุรกิจใหญ่ๆ จะเดินยากกว่าธุรกิจเล็ก)
4.เปลี่ยนลูกค้าเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ -- การเปลี่ยนแปลง ...หลังจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ วิธีคิดและทำธุรกิจในอนาคตจะเปลี่ยนไป ...เส้นแบ่งของลูกค้ากับธุรกิจจะแทบไม่มี!! ...ลูกค้าจะมีส่วนร่วมในธุรกิจ ช่วยคิด ช่วยใช้ และอาจได้รับผลประโยชน์บางอย่างร่วมกัน
ท้าทายดีนะ ที่เราจะทำธุรกิจอย่างยั่งยืนในโลกยุคต่อไป!!! ...“เราทำธุรกิจที่ลูกค้าเปลี่ยนจากแค่ผู้บริโภคเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ”
โปรย ผมว่าสิ่งสำคัญในวันนี้ คือ “การกลับมามองจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง จากนั้นเลือกทางเดิน ...ยาก!! ใช่!! ยาก!!” ...แต่ท่ามกลางความยาก มันกลายเป็นโอกาสของคนตัวเล็ก







