
สูตรขยันฉบับ ‘สปีดอัพ’ เจ้าตลาดรองเท้าแฮนด์เมด
“การปรับตัวของร้านเราเพื่อรับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คือ ต้องขยันมากกว่าเดิมหรือขยันมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า และหยุดนิ่งไม่ได้ เราต้องสร้างอะไรที่แปลกใหม่ รักษากลุ่มลูกค้าประจำ ทำให้ธุรกิจเรายังเติบโตไปได้ ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ” ภัทรา ศรีคงจันทร์ เจ้าของร้านรองเท้าแฮนด์เมด “สปีดอัพ” จากสำเพ็งกล่าวถึงเคล็ดลับพิชัยในตลาดสำเพ็ง
“การปรับตัวของร้านเราเพื่อรับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คือ ต้องขยันมากกว่าเดิมหรือขยันมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า และหยุดนิ่งไม่ได้ เราต้องสร้างอะไรที่แปลกใหม่ รักษากลุ่มลูกค้าประจำ ทำให้ธุรกิจเรายังเติบโตไปได้ ไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ” ภัทรา ศรีคงจันทร์ เจ้าของร้านรองเท้าแฮนด์เมด “สปีดอัพ” จากสำเพ็งกล่าวถึงเคล็ดลับพิชัยในตลาดสำเพ็ง
ภัทรา เล่าว่า ได้เปิดร้านที่สำเพ็งแห่งนี้ประมาณ 5 ปีแล้ว โดยเป็นร้านรองเท้าแฮนด์เมดที่ออกแบบและดีไซน์เอง ทำให้รองเท้าแห่งนี้แตกต่างจากร้านค้าอื่นๆ ในสำเพ็ง โดยมีกลุ่มลูกค้าประจำอย่างเหนียวแน่น ทั้งกลุ่มลูกค้าคนไทยและคนต่างชาติ รวมทั้งส่งออกไปต่างประเทศทั้งประเทศญี่ปุ่นและอิตาลี
“การที่สินค้ารองเท้าแฮนด์เมดสปีดอัพได้รับออร์เดอร์จากต่างประเทศนั้น เป็นเพราะการออกแบบรองเท้าแบบใหม่ดีไซน์ไม่เหมือนใคร พร้อมกับการตกแต่งเป็นลวดลายเฉพาะ พร้อมกับการเย็บแบบประณีต ผลิตตามแบบแฮนด์เมด จึงได้สินค้าที่มีคุณภาพสูงและแตกต่าง มีความซื่อสัตย์และผลิตสินค้าได้ตรงเวลา”
แต่กว่าจะทำให้แบรนด์รองเท้าได้รับความสนใจจากลูกค้าและเติบโตได้นั้น ธุรกิจมีจุดเริ่มต้นมาจากการเปิดร้านกระเป๋าที่ตลาดนัดจตุจักร โดยรับสินค้ามาจากประเทศจีน ต่อมาพบว่าคนจีนมาเปิดร้านขายเองที่จตุจักร และขายในราคาถูกกว่าด้วย มีผลกระทบต่อร้านทันที ทำให้ถึงจุดที่คิดว่าต้องปรับแผนธุรกิจใหม่ จึงคิดถึงรองเท้าแตะที่มีการใส่อะไหล่ใหม่ คือ ตกแต่งแบบใหม่และเริ่มขายที่ตลาดนัดจตุจักร ครั้งแรกประมาณ 4-5 คู่ ปรากฏว่าขายดีมาก
จึงเป็นจุดสำคัญเริ่มทำให้ลูกค้ารู้จัก เพราะเป็นรายแรกในตลาดนัดจตุจักรที่ทำรองเท้าแตะแบบใหม่และเริ่มมีลูกค้าต่างชาติรู้จักมากขึ้น โดยได้รับยอดคำสั่งซื้อจากลูกค้าอิตาลีรวมทั้งได้รับออร์เดอร์จากทั่วประเทศที่รับซื้อไปขายต่อ จากความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ต่อมาเมื่อเกิดเหตุการณ์หลายอย่างในประเทศและการเมือง จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาเปิดร้านที่สำเพ็ง เพราะเป็นแหล่งที่มีวัสดุอุปกรณ์ตกแต่งรองเท้าและมีร้านรองเท้าจำนวนมาก
อีกทั้งการเปิดที่สำเพ็งเป็นจุดค้าส่งที่ทุกคนจากทั่วประเทศจะมาสั่งซื้อสินค้าที่นี่ และลูกค้าต่างชาติที่เป็นลูกค้าประจำจากจตุจักรก็จะมาซื้อสินค้าที่สำเพ็งแทน ทำให้ธุรกิจตลอด 5 ปียังสามารถขยายตัวได้ดีอยู่ แม้ว่าจะเปลี่ยนสถานที่เปิดร้านใหม่ พร้อมกันนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้ขยายสาขาของร้านสปีดอัพไปในศูนย์การค้าแพลทินัม แฟชั่นมอลล์ ที่เป็นสาขาสอง โดยสาขาดังกล่าวก็มีลูกค้าต่างชาติจำนวนมาก
“ภัทรา” กล่าวต่อว่า สินค้ารองเท้าออกแบบใหม่ทุกวัน พร้อมกับวางตลาดสินค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ สินค้าระดับบนที่เน้นขายในห้างและออนไลน์ รวมทั้งยังออกแบบตามที่ลูกค้าต้องการ ส่วนสินค้าระดับกลางจะวางจำหน่ายในร้านค้าทั่วประเทศ เน้นราคาขายไม่แพง ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าทั้งสองกลุ่มทั้งตลาดบนและตลาดระดับกลางลงมา
สำหรับโรงงานผลิตสินค้าอยู่ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เน้นให้คนในพื้นที่กลุ่มแม่บ้านมาร่วมผลิตสินค้าตามแบบที่ได้ดีไซน์ ซึ่งการลงทุนในช่วงแรกจะลงทุนในระดับน้อยๆ และค่อยขยายให้เติบโตตามธุรกิจ รวมทั้งการทำธุรกิจจะใช้เงินสดเท่านั้น เพราะมั่นใจได้ว่าจะลงทุนเมื่อพร้อมแล้วเท่านั้น และซัพพลายเออร์ก็มั่นใจที่ทำธุรกิจกับร้าน
“ในช่วงเศรษฐกิจไม่ดีต้องรักษากลุ่มลูกค้าประจำ ส่งสินค้าแบบใหม่ให้ลูกค้าเป็นประจำ จะมียอดสั่งซื้ออยู่ และมีลูกค้าตามแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลทั่วประเทศ ที่นิยมสั่งซื้อสินค้ารองเท้าแตะแฮนด์เมด และการทำธุรกิจก็ไม่ได้แข่งขันกับใคร เราแข่งกับตัวเอง และทำงานในสิ่งที่ชอบและรัก จึงมีความสุขที่ได้ออกแบบรองเท้าในทุกวัน ซึ่งร้านรองเท้าในสำเพ็งมีจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่เน้นแข่งด้วยราคา แต่ร้านเราไม่ได้แข่งกับใคร” ภัทรา กล่าว
แผนงานต่อไปจะรุกทำตลาดออนไลน์มากขึ้นตามทิศทางตลาดที่ลูกค้าให้ความสนใจออนไลน์พร้อมกับสนใจขยายตลาดส่งออกไปประเทศใหม่ๆ พร้อมกับวางเป้าหมายระยะยาวว่าจะสร้างแบรนด์สปีดอัพให้ลูกค้ารู้จักมากที่สุด ปัจจุบันยอดขายมาจากในประเทศ 70% และต่างประเทศ 30%
“การทำธุรกิจจะยึดหลักความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า รู้จักความต้องการของลูกค้าและเน้นดีไซน์ รวมทั้งเชื่อมั่นกับสิ่งที่เรียกว่า ถ้าได้ทำงานในสิ่งที่รักและที่ชอบทุกอย่างจะออกมาดีที่สุดแน่นอน” ภัทรา กล่าวทิ้งท้าย







