
NukleusThailand ถึงคิว ชุดชั้นในออร์แกนิก
นิวเคลียส (Nukleus) แบรนด์ธุรกิจสายพันธุ์ใหม่ ที่เน้นการทำเสื้อผ้าและชุดชั้นในภายใต้แนวคิดการผลิตสินค้าที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
นิวเคลียส (Nukleus) แบรนด์ธุรกิจสายพันธุ์ใหม่ ที่เน้นการทำเสื้อผ้าและชุดชั้นในภายใต้แนวคิดการผลิตสินค้าที่ยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม จากวัสดุและกระบวนการผลิตภายใต้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (ออร์แกนิก) ขณะเดียวกันยังยึดแนวทางการทำตลาดให้ลูกค้าแบรนด์มีส่วนร่วมในการรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันด้วย
พัชภัสสรณ์ วัฒนาพรวรกูล เจ้าของร้าน Nukleus ตั้งอยู่บนชั้น 2 ในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 เล่าว่า ธุรกิจนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 3-4 ปีก่อน ที่มาพร้อมกับแนวคิดการทำธุรกิจด้วยสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือกรีนโปรดักต์ จริงๆ ที่เริ่มต้นตั้งแต่การใช้วัสดุในการผลิตจากเมล็ดฝ้ายออร์แกนิกที่ปลูกในไร่จากพันธมิตรในประเทศอินเดีย และกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานออร์แกนิกโลก GOTS
เมื่อได้คอนเซ็ปต์การพัฒนาสินค้าที่เป็นรูปร่างแล้ว จากนั้นก็เริ่มมองหาโอกาสในการทำตลาด และเห็นว่าในกลุ่มสินค้าชุดชั้นในหรืออันเดอร์แวร์ที่ทำขึ้นจากเนื้อผ้าฝ้ายออร์แกนิกในบ้านเรายังไม่มีใครทำตลาดในช่วงนั้น และเห็นเป็นจังหวะดีในการเริ่มธุรกิจสินค้ากลุ่มนี้ โดยยึดทำเลหน้าร้านเพื่อเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ศูนย์การค้าดังกล่าว
ปัจจุบันแบรนด์ Nukleus แบ่งสินค้าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มชุดชั้นในสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ที่มียอดจำหน่ายหลักราว 80% และกลุ่มเสื้อยืด (ทีเชิ้ต) ที่อย่างหลังเป็นการต่อยอดมาจากความต้องการของลูกค้าที่อยากได้สินค้าในกลุ่มเสื้อยืดแบบลำลอง ที่อยู่ภายใต้กลุ่มแบรนด์ Nukleus ที่ลูกค้านอกจากจะสัมผัสได้ถึงความสบายจากตัวเนื้อผ้าฝ้ายแล้ว ขณะเดียวกันยังได้ความสบายใจจากการสวมใส่สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย
“นอกจากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสินค้าแล้ว ทางร้านยังให้ความสำคัญกับการเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นกรีนโปรดักต์ด้วย อย่างการเลือกใช้กล่องฟูกที่ได้จากการนำกลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) หรือการใช้สีพิมพ์ฉลากตัวหนังสือ ก็จะเลือกใช้ถั่วเหลืองเข้ามาเป็นพื้นฐาน (เบส) ในการพิมพ์เพื่อลดการใช้สารเคมีให้ได้มากที่สุด” พัชภัสสรณ์ เสริม
ขณะที่กลุ่มเป้าหมายหลักของสินค้าแบรนด์ Nukleus ในปัจจุบัน จะมีทั้งกลุ่มเป้าหมายในประเทศราว 40% และต่างชาติ 60% ที่ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศมาเลเซีย ที่ชื่นชอบสินค้าอันเดอร์แวร์
ออร์แกนิกมาก รองลงไปจะเป็นอินโดนีเซียและฮ่องกง ซึ่งรวมถึงกลุ่มลูกค้าแถบตะวันตกที่เริ่มมีจำนวนมากขึ้นตามมา
สำหรับกลุ่มลูกค้าในประเทศนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน คนรุ่นใหม่ ที่หันมาให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมในการดูแลและรักษ์โลกมากขึ้น ซึ่งจากการศึกษาพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย จะพบว่ามักเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีแนวโน้มกลับมาซื้อสินค้าซ้ำเป็นประจำ
จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ทางร้านเริ่มหันมาให้ความสำคัญในการทำตลาดออนไลน์ผ่านเครื่องมือสื่อสารเบื้องต้นอย่างสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) เฟซบุ๊ก www.facebook.com/nukleusthailand ที่เริ่มเปิดในรูปแบบเพจเฟซบุ๊กไปเมื่อเร็วๆ นี้ และได้ผลตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้าเดิมและยังช่วยเข้ามาขยายฐานกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ อีกด้วย
โดยในช่วงที่ผ่านมานี้ ทางร้านมียอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% เมื่อเทียบกับยอดขายในช่องทางปกติหน้าร้านทั่วไปที่มีการเติบโตธุรกิจคงที่ในรอบปีนี้ที่ผ่านมา จากปัจจัยสำคัญภาวะเศรษฐกิจโลกที่กระทบกำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งมีผลต่อพลังการจับจ่ายซื้อสินค้าของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังไทยด้วย ปัจจุบันแบรนด์ Nukleus มียอดขายหน้าร้าน 90% และช่องทางออนไลน์ 10%
ขณะที่ราคาสินค้านั้น ทางร้านยอมรับว่าเป็นแบรนด์ชุดชั้นในที่ไม่ได้เข้าแข่งขันกับตลาดทั่วไป ก็อาจทำให้มีราคาสูงขึ้นตามการได้มาของวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพ โดยมีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 590 บาท ไปจนถึง790 บาท/ชิ้น
พัชภัสสรณ์ ยังได้มองเป้าหมายการทำแบรนด์ Nukleus ในปีหน้า ที่จะขยายไลน์สินค้าใหม่เพิ่มเข้ามาอีก อาทิ ผลิตภัณฑ์กลุ่มสินค้าผ้าของใช้ของแต่งบ้าน (โฮมเท็กซ์ไทล์) อย่างผ้าเช็ดหน้า เช็ดตัว จากปัจจุบันมีสินค้ามากกว่า 100 รายการ (เอสเคยู) และคาดว่าในปีนี้จะมียอดขายเติบโตได้จากปีก่อน 10% พร้อมคาดว่าใน 3-5 ปีข้างหน้าจากนี้ไปแบรนด์จะเป็นที่รู้จักในฐานะสินค้าออร์แกนิกระดับสากลด้วย
ธุรกิจรายเล็กที่คิดใหญ่ระดับสากล ด้วยมองเห็นโอกาสจากตลาดเดิมที่แตกต่างไป







