posttoday
Jittrakarn Jewellery แบรนด์นี้มีสตอรี่

Jittrakarn Jewellery แบรนด์นี้มีสตอรี่

14 ธันวาคม 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยในปี 2558 คาดว่าจะขยายตัว 2-3% หรือมีมูลค่าประมาณ 3.60 แสนล้านบาท ไม่รวมทองคำ ตามที่สมาคมผู้ค้าอัญมณีไทยและเครื่องประดับระบุไว้ ถือเป็นตลาดที่ขยายตัวดี และสวนทางกับการส่งออกของประเทศไทยทั้งหมด เป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคต และประเทศไทยถือเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน และเป็นโอกาสสำคัญให้แบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาทำตลาด

“จิตรกานต์ บรรเทิงไพบูลย์” เจ้าของแบรนด์และนักออกแบบเครื่องประดับแบรนด์ “จิตรกานต์ จิวเวลรี่” เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดจิวเวลรี่ในโลกมีขนาดใหญ่มาก และเป็นตลาดที่มีสินค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ระดับราคาถูก ปานกลาง ไปจนถึงราคาแพงมาก รวมถึงเครื่องประดับหลากหลายแบบมาก และมีผู้ประกอบการจำนวนสูงมากในตลาด สิ่งสำคัญในการสร้างแบรนด์เข้ามาทำตลาดคือ การสร้างสินค้าที่มีดีไซน์ มีจุดแตกต่าง และมีนวัตกรรม

แบรนด์ จิตรกานต์ จิวเวลรี่ (JITTRAKARN JEWELLERY) จึงเลือกสร้างสินค้าที่มีดีไซน์แตกต่าง ที่ทุกคนเห็นสินค้าแล้วจะรู้ทันทีว่านี่คือ “จิตรกานต์” ทั้งการเลือกใช้วัสดุที่พิเศษ และมีเรื่องราวของแบรนด์ โดยเฉพาะการมีคอลเลกชั่นพิเศษของเครื่องประดับ ที่สามารถแยกออกมาเป็นแหวน สร้อยคอ หรือเครื่องประดับใหม่ๆ เปรียบเสมือนของเล่นที่แยกออกมาเป็นชิ้นได้ และไม่เคยมีใครทำมาก่อน อีกสิ่งสำคัญคือ งานทุกชิ้นต้องมีความสวยงาม

แนวคิดการออกแบบมาจากความชื่นชอบในการคิด ดีไซน์ และสนุกในการสร้างสรรค์งานทุกชิ้น รวมทั้งมุ่งเลือกวัสดุที่มีความแตกต่าง โดยวัสดุมีทั้งคริสตัล เรซิ่น โลหะ เงิน หรือพลอยสังเคราะห์ อีกทั้งการออกแบบจะไม่ได้ยึดติดกับเป็นสินค้าแฟชั่น แต่เน้นสินค้าที่มีแบบเฉพาะของตัวเอง ภายใต้การผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง

จากการสร้างดีไซน์ที่แตกต่าง ส่งผลให้เครื่องประดับคอลเลกชั่น Fairly Fairy ได้รับรางวัลกลุ่มสินค้าแฟชั่นและสิ่งทอในโครงการรางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบดี Design Excellence Award (DEmark) หรือดีมาร์ก จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในปี 2558 และได้รับรางวัล Good Design Award หรือ G-mark จัดที่ประเทศญี่ปุ่น ในปีนี้พร้อมกัน

“ในปีนี้เศรษฐกิจไทยไม่ดีนัก และสินค้าเครื่องประดับถือเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย แต่แบรนด์มีโอกาสทำตลาดอีกมาก สิ่งสำคัญคือหาจุดแตกต่างของแบรนด์ กำหนดราคาขายเหมาะสม สร้างสิ่งที่ไม่มีใครทำมาก่อน และต้องติดตามทิศทางเทรนด์ในตลาด โดยผลการทำแบรนด์สู่ตลาดประมาณ 2 ปี มียอดขายเติบโตได้น่าพอใจ และลูกค้าที่ชื่นชอบแบรนด์เมื่อเห็นสินค้าก็จะตัดสินใจซื้อทันที” จิตรกานต์ กล่าว

ช่องทางการจำหน่ายสินค้า จะมีทั้งศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่เป็นร้าน Haus of Jewelry จำหน่ายจิวเวลรี่มัลติแบรนด์ และร้านทีซีดีซี รวมถึงร้าน MPORIUM ในศูนย์การค้า Suntec City Mall ประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งทำตลาดผ่านเว็บไซต์ www.jittrakarn.com เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม

พร้อมกันนี้ยังเน้นร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศและต่างประเทศ มุ่งส่งแบรนด์ไปประกวดในต่างประเทศ ขณะเดียวกันยังโปรโมทแบรนด์ผ่านเว็บไซต์ต่างประเทศที่เป็นแหล่งรวมดีไซเนอร์ทั่วโลก เพื่อสร้างแบรนด์ในตลาดโลกให้ลูกค้ารู้จักมากสุด

ขณะที่ความท้าทายมากสุดในการทำแบรนด์คือ การต้องวางแผนธุรกิจ บริหารจัดการ การลงทุน และการเงิน เพราะแบรนด์เริ่มต้นจากการลงทุนส่วนตัวทั้งหมด รวมทั้งบริหารสต๊อกสินค้าให้เหมาะสม และขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเพิ่มขึ้น รวมทั้งมุ่งสร้างสรรค์งานดีไซน์ใหม่ออกมามากขึ้น และตนเองได้อยู่ในโครงการ Talent Thai & Designers’ Room ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศด้วย

“จิตรกานต์” กล่าวต่อว่า เป้าหมายต่อไปจะทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากสุด โดยเฉพาะดีไซน์ที่โดดเด่น เชื่อมั่นการมีดีไซน์แข็งแกร่งจะสร้างยอดขายเติบโตได้อย่างงดงาม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ