
ประเด็นความเสี่ยงหลักของตลาดเงิน ‘การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟด’
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.90-36.20 ในสัปดาห์นี้ อยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่า โดยเฉพาะกลางสัปดาห์นี้ ซึ่งมีประเด็นความเสี่ยงหลักของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน คือ การประชุม FOMC หรือนโยบายการเงินสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งสำคัญ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าจะได้เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ โดยความเป็นไปได้อยู่สูงถึง 78% เทียบกับเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้าที่มองโอกาสไว้เพียง 42% เท่านั้น
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.90-36.20 ในสัปดาห์นี้ อยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่า โดยเฉพาะกลางสัปดาห์นี้ ซึ่งมีประเด็นความเสี่ยงหลักของตลาดอัตราแลกเปลี่ยน คือ การประชุม FOMC หรือนโยบายการเงินสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งสำคัญ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าจะได้เห็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งทศวรรษ โดยความเป็นไปได้อยู่สูงถึง 78% เทียบกับเมื่อ 2 เดือนก่อนหน้าที่มองโอกาสไว้เพียง 42% เท่านั้น
ทั้งนี้ สิ่งที่น่าจะสำคัญกว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก น่าจะเป็นการส่งสัญญาณของธนาคารกลางสหรัฐว่าการขึ้นดอกเบี้ยในครั้งต่อๆ ไป จะเป็นภาพเช่นใด คำใบ้ที่เราจะได้จากเฟดหลังจากการประชุมในรอบนี้จะเป็นทั้งการแถลงการณ์ของประธานเฟด และการถามตอบกับนักข่าว การประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ รวมถึง “DOT PLOT” หรือการประมาณการของคณะกรรมการว่า ตนเองเห็นดอกเบี้ยที่ระดับใดบ้างในช่วงปีหน้า เรามองว่าการส่งสัญญาณของภาพแนวโน้มของดอกเบี้ยนั้นจะสำคัญมากต่อการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ ว่าจะสามารถแข็งค่าขึ้นได้ต่อหรือจะปรับอ่อนค่าลงมาเพื่อพักฐานก่อน
สำหรับกสิกรไทย มองว่าหลังจากการประชุม เฟดน่าจะส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งอาจทำให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลลงมาได้บ้าง และอาจเกิดการขายทำกำไรในค่าเงินดอลลาร์ระยะสั้น แต่เรามองว่าการปรับย่อลงของเงินดอลลาร์น่าจะเป็นไปได้ไม่มากนัก เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของสหรัฐยังแข็งแกร่งมากที่สุดเมื่อเทียบเศรษฐกิจอื่นๆ ทั่วโลก ทำให้คาดว่าเงินบาทน่าจะอยู่ในกรอบที่เราประมาณการเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ทำให้โทนของการอ่อนค่าของเงินในเอเชียน่าจะยังอยู่ต่อเนื่องคือ การอ่อนค่าของเงินหยวนที่เริ่มเร่งขึ้นอีกครั้ง ส่วนหนึ่งจากการที่ธนาคารกลางจีนยังตั้งค่ากลางเงินหยวนให้อยู่ในแนวโน้มที่อ่อนค่า โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นการอ่อนค่าประมาณ 0.8% สำหรับค่าเงินหยวนในตลาด Onshore และมากกว่า 1.5% ในตลาด Offshore และการที่ค่าเงินหยวนยังอยู่ในโทนนี้นั้น เป็นอีกหนึ่งแรงกดดันต่อค่าเงินในเอเชีย สำหรับไทยเองนั้นประเด็นที่ต้องจับตามองเป็นเรื่องการประชุมนโยบายการเงินของ กนง.ไทย ที่น่าจะเป็นตามคาดคือ มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิม 1.50% และไม่น่าส่งผลต่อค่าการเคลื่อนไหวเงินบาทมากนัก
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอ่อนค่า โดยเปิดตลาดที่ 35.85 อ่อนค่าลงตามการปรับแข็งค่าของเงินดอลลาร์ช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากที่นักลงทุนเริ่มถือครองเงินดอลลาร์เพิ่มมากขึ้น โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทขึ้นในทดสอบระดับเหนือ 36 ได้ในตลาด Offshore ช่วงที่ไทยเป็นวันหยุด สภาพคล่องมีน้อย โดยขึ้นไปทดสอบระดับสูงสุดที่ 36.09 แต่เมื่อตลาดไทยกลับมาทำการอีกครั้ง ก็เห็นเงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นบ้าง 36.03 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.) สำหรับเงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.0858 โดยยังเห็นผลของการที่ธนาคารกลางยุโรปสร้างความผิดหวังให้แก่ตลาด ด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจน้อยกว่าที่ตลาดหวังเอาไว้ ทำให้เงินยูโรดีดแข็งค่าขึ้นตั้งแต่ช่วงนั้น โดยระหว่างสัปดาห์เห็นค่าเงินยูโรขึ้นไปทดสอบระดับ 1.0930 ผลจากการแสดงความเห็นของผู้กำหนดนโยบายในยูโรโซนที่ว่า นโยบายการเงินระหว่างสหรัฐและยุโรปในระยะต่อไป น่าจะไม่ได้แตกต่างกันมากเหมือนกับที่ตลาดให้ความหวังไว้ ทำให้เห็นแรงซื้อกลับค่าเงินยูโรได้บ้าง โดยถ้าประเมินภาพของทั้งปีนี้ ค่าเงินยูโรยังอ่อนค่าเมื่อเทียบค่าเงินดอลลาร์ประมาณ 9.5% ช่วงท้ายตลาดค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวที่ระดับ 1.0945 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.) ส่วนเงินเยนเปิดตลาดที่ 123.20 การเคลื่อนไหวโดยรวมยังถูกขับเคลื่อนจากปัจจัยจากสหรัฐเป็นสำคัญ โดยช่วงท้ายสัปดาห์เห็นการเริ่มกลับมาอ่อนค่าได้อีกครั้ง ตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ โดยช่วงปลายตลาดเงินเยนเคลื่่อนไหวที่ระดับประมาณ 121.92 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)







