posttoday
'ฟู้ดแพนด้า'ถอย

'ฟู้ดแพนด้า'ถอย

08 ธันวาคม 2558

เวียดนามได้ชื่อว่าเป็น “ตลาดปราบเซียน” แห่งหนึ่ง ที่นักธุรกิจไทยจำนวนไม่น้อยต้องม้วนเสื่อกลับบ้านมาแล้วแบบเงียบๆ แต่ทุนไทยก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่ประสบปัญหาธุรกิจ เพราะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา“ฟู้ด แพนด้า” บริษัทให้บริการสั่งอาหารออนไลน์และจัดส่งถึงที่ในเครือร็อกเก็ต อินเทอร์เน็ต ของเยอรมนี ก็ตัดสินใจถอนตัวจากตลาดแห่งนี้เช่นกัน

เวียดนามได้ชื่อว่าเป็น “ตลาดปราบเซียน” แห่งหนึ่ง ที่นักธุรกิจไทยจำนวนไม่น้อยต้องม้วนเสื่อกลับบ้านมาแล้วแบบเงียบๆ แต่ทุนไทยก็ไม่ใช่ชาติเดียวที่ประสบปัญหาธุรกิจ เพราะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา“ฟู้ด แพนด้า” บริษัทให้บริการสั่งอาหารออนไลน์และจัดส่งถึงที่ในเครือร็อกเก็ต อินเทอร์เน็ต ของเยอรมนี ก็ตัดสินใจถอนตัวจากตลาดแห่งนี้เช่นกัน

ปัจจุบัน ฟู้ด แพนด้า ทำธุรกิจใน 42 ประเทศทั่วโลก รวมถึง 5 ประเทศในอาเซียน ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม ก่อนที่จะตัดสินใจเลิกธุรกิจในแดนเฝอภายในสัปดาห์นี้ หลังจากเริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2555

บริษัทระบุว่า ปัญหาด้านการเงินเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องถอนทัพจากตลาดที่มีศักยภาพแห่งนี้ ซึ่งตลอดการดำเนินธุรกิจที่นี่ บริษัทได้ขับเคี่ยวแข่งขันกับบริษัทท้องถิ่นที่ให้บริการแบบเดียวกัน เช่น Vietnammm และ Eat.vn

ตัวแทนของ ฟู้ด แพนด้า บอกกับสื่อมวลชนว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก ร็อกเก็ต อินเทอร์เน็ต ได้ประเมินธุรกิจของตัวเองในหลายประเทศ ซึ่งแม้จะเห็นว่าเวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีการเติบโตดี แต่ตอนนี้บริษัทต้องการเน้นตลาดที่สามารถทำกำไรได้ และหากเดินหน้าธุรกิจในเวียดนามต่อไป บริษัทก็จำเป็นต้องอัดเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีก แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ฟู้ด แพนด้า จะกลับมาให้บริการที่นี่อีกในอนาคต

จะว่าไปแล้ว การเลิกกิจการของธุรกิจออนไลน์ในเวียดนามไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะเมื่อเดือนที่แล้ว Beyeu.com เว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซท้องถิ่นขายสินค้าอาหารและของใช้สำหรับเด็ก ก็ประกาศเลิกทำธุริจหลังเปิดกิจการมานาน 2 ปี โดยโพสต์บนเว็บไซต์ตัวเองว่า ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซต้องใช้เงินมหาศาล หลายบริษัทจึงตัดสินใจเลิกกิจการ และขอให้บริษัทที่ยังพยายามต่อไปโชคดี

ผู้บริหารบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในเวียดนามบอกว่า บริษัทด้านอี-คอมเมิร์ซ ปิดตัวไม่ใช่เรื่องแปลก และไม่ส่งผลกระทบมากมายต่อบริษัทอื่นที่ยังทำธุรกิจอยู่ ซึ่งเขายอมรับว่า ธุรกิจแบบนี้ต้องใช้เงินมหาศาลสำหรับการทำการตลาด

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซยังมีที่ทางให้เติบโตอีกมาก เพราะตอนนี้ยังถือว่ามีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับค้าปลีกโดยรวม ที่สำคัญนักลงทุนไม่ควรมองโลกในแง่ลบ และควรมีสายป่านทางการเงินยาวมากๆ

ทั้งนี้ อดีตผู้บริหาร Lazada ในเวียดนาม ให้ข้อมูลว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซเวียดนามจะมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปีนี้ และจะเติบโตปีละ 25% จนแตะระดับ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ