
เรกูเลเตอร์ยัน ค่าเอฟทีปีหน้า ส่อแววไม่ขยับ
เรกูเลเตอร์คาดไม่ปรับขึ้น ค่าไฟในปี 2559 แถมมีแนวโน้มลดลงตามทิศทางราคาเชื้อเพลิง
เรกูเลเตอร์คาดไม่ปรับขึ้น ค่าไฟในปี 2559 แถมมีแนวโน้มลดลงตามทิศทางราคาเชื้อเพลิง
นายไกรสีห์ กรรณสูต กรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรกูเลเตอร์) เปิดเผยว่า อัตราค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) ในปี 2559 มีแนวโน้มว่าจะไม่ปรับขึ้น เนื่องจากทิศทางราคาเชื้อเพลิงอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่อง ส่งผลให้การคำนวณต้นทุนเชื้อเพลิง 6 เดือนย้อนหลังมีโอกาสปรับลดลง โดยตัวแปรสำคัญคือ อัตราแลกเปลี่ยนจะผันผวนจนทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงมากหรือไม่ แต่เชื่อว่าในภาพรวมค่าเอฟทีไม่ปรับขึ้นแน่นอน
ทั้งนี้ สถิติค่าเอฟทีในปี 2558 ทั้ง 3 รอบปรับลดลงต่อเนื่อง ปัจจัยสำคัญมาจากราคาเชื้อเพลิงที่ลดลง โดยรอบเดือน ม.ค.-เม.ย. ลดลง 10.04 สตางค์/หน่วย รอบเดือน พ.ค.-ส.ค. ลดลง 9.35 สตางค์/หน่วย และรอบเดือน ก.ย.-ธ.ค. ลดลง 3.23 สตางค์/หน่วย ส่วนรอบเดือน ม.ค.เม.ย. 2559 จะประชุมวันที่ 20 ธ.ค.นี้
นายไกรสีห์ กล่าวว่า ภาพรวมการใช้ไฟฟ้าในปี 2559 ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การหยุดซ่อมบำรุงประจำปีของแหล่งก๊าซธรรมชาติที่จะมีผลต่อโรงไฟฟ้าในภาคตะวันตก โดยเฉพาะแหล่งยาดานา เยตากุน และซอติก้าในเมียนมา ซึ่งแหล่งยาดานาและเยตากุน มีกำหนดหยุดซ่อมบำรุงในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่มีโอกาสเกิดปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด ขณะนี้มีความพยายามเจรจาขอให้เลื่อนการหยุดซ่อมบำรุงไปอยู่ในเดือน เม.ย. เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาวมีการใช้ไฟฟ้าน้อย เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ แต่อาจเป็นไปได้ยาก เพราะเมียนมาก็ห่วงว่าถ้าเลื่อนไปหยุดซ่อมในเดือน เม.ย. พร้อมกันหมด ปริมาณก๊าซใช้ในเมียนมาอาจไม่เพียงพอ
อย่างไรก็ตาม เรกูเลเตอร์ได้วางแผนบริหารจัดการกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศให้เพียงพอในช่วงดังกล่าว โดยจะนำโครงการความร่วมมือลดการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) มาใช้เป็นการเปิดให้ผู้ประกอบการเอกชนสมัครเข้าร่วมโครงการ เสนอยอดลดใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราชดเชยค่าไฟฟ้าที่ลดลงได้ โดยปีที่ผ่านมาได้รับในอัตรา 3 บาท/หน่วย ส่วนในปีนี้อาจเพิ่มแรงจูงใจเพิ่มอัตราชดเชยให้มากขึ้น ถ้าต้องนำโครงการมาใช้ในช่วงเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นเดือนที่มีโอกาสเกิดไฟพีกได้
"ปีก่อนลดใช้ไฟฟ้าไปได้ 582 เมกะวัตต์ ปี 2559 ตั้งเป้าโครงการนี้จะต้องลดใช้ไฟฟ้าให้ได้อย่างน้อย 500 เมกะวัตต์ ซึ่งจะต้องหารือในเรื่องการจ่ายอัตราชดเชยให้เหมาะสมด้วย" นายไกรสีห์ กล่าว







