posttoday
CPALLดิ่งโอกาสซื้อ

CPALLดิ่งโอกาสซื้อ

04 ธันวาคม 2558

CPALL ดิ่งแรงรับข่าวบิ๊กถูกปรับอินไซด์ โบรกฯแนะทยอยซื้อ พื้นฐานยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน

CPALL ดิ่งแรงรับข่าวบิ๊กถูกปรับอินไซด์ โบรกฯแนะทยอยซื้อ พื้นฐานยอดเยี่ยมไม่เปลี่ยน

ตามคาดหุ้นบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ถูกทิ้งบอมบ์ตั้งแต่เปิดตลาด หลังปรากฏข่าวผู้บริหารและกรรมการของบริษัทถูกปรับเรื่องการใช้ข้อมูลภายในมาซื้อขายหุ้นสยามแม็คโคร (อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) ส่งผลให้ราคาหุ้นลงไปลึกสุดถึง 4.25 บาท หรือกว่า 9% และท้ายตลาดเด้งขึ้นมาปิดที่ 44.25 บาท ลดลง 2.50 บาท หรือ 5.35% ด้วยมูลค่าซื้อขายมากถึง 7,055 ล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผู้บริหาร CPALL ถูกปรับกรณีอินไซด์ฯ ไม่กระทบกับผลประกอบการของ CPALL แต่อาจมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของกลุ่มบริษัท ซีพี และ CPALL บ้าง   คาดว่าผลงานไตรมาส 4 จะเติบโตขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อนและงวดเดียวกันของปีก่อนจากยอดขายสาขาเดิม สาขาที่เพิ่มขึ้น อัตรากำไรหรือมาร์จิ้นดีขึ้น และดอกเบี้ยจ่ายต่ำลง รวมถึงกระแสเงินสดและฐานะการเงินแข็งแกร่ง ดังนั้นการอ่อนตัวของราคาหุ้นเป็นจังหวะทยอยซื้อลงทุน ให้ราคาตามปัจจัยพื้นฐาน 55 บาท

บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า ประเด็นดังกล่าวมีผลกระทบต่อธรรมาภิบาล (ซีจี) จึงมีโอกาสพิจารณาปรับลดมูลค่ายุติธรรมลง แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในระยะสั้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในเชิงปัจจัยพื้นฐานระยะยาว

ล่าสุด CPALL เพิ่งถูก MSCI Thailand Index ลดน้ำหนักการลงทุนในรอบการคำนวณใหม่เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้กองทุน Passive Fund ทั่วโลกปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับน้ำหนักการคำนวณใหม่

ด้าน บล.ธนชาต ยังคงแนะนำซื้อให้ราคาเหมาะสมที่ 58 บาท มองว่าการถูกปรับของผู้บริหารไม่กระทบพื้นฐาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ก็ระบุชัดเจนว่า เป็นเรื่องบุคคลไม่เกี่ยวกับบริษัท แต่ข่าวที่เกิดขึ้นจะกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น นอกจากนี้ตลาดยังมีความกังวลเรื่องภาระหนี้ดอกเบี้ยปีละกว่า 8,000 ล้านบาท จากการกู้มาซื้อหุ้นสยามแม็คโครที่อาจนำไปสู่การเพิ่มทุนในอนาคต หากลดสัดส่วน ดี/อี เหลือ 2.5 เท่า ภายในปี 2560 ตามเงื่อนไขการออกหุ้นกู้เพื่อรีไฟแนนซ์ไม่ได้ จากปัจจุบันที่มี ดี/อี อยู่ราว 5.85 เท่า

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า การเปรียบเทียบปรับเป็นประเด็นการกระทำความผิดของตัวบุคคล ซึ่งบริษัทไม่ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ก่อนมีคำสั่งปรับเงิน ก.ล.ต.ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังกลุ่มบุคคลดังกล่าวทั้งหมด และทั้งหมดได้ยอมรับความผิดพร้อมจ่ายเงินค่าปรับ รวมถึงได้เข้ามาชี้แจงข้อมูล ส่วนประเด็นซีจีของผู้บริหารที่ทำความผิด ผู้ลงทุนต้องติดตามทวงถามไปที่บริษัท โดยขึ้นการพิจารณาว่าทั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) และผู้ถือหุ้นว่าจะเห็นเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ดี ในปี 2558 ก.ล.ต.ได้เปรียบเทียบปรับกรณีอินไซด์ฯ จำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท ไอที ซิตี้ (IT) บริษัท ไทยยูนีคคอยล์เซ็นเตอร์ (TUCC) บริษัท ซีเอ็มโอ (CMO) บริษัท อีเอ็มซี (EMC) บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท (ESTAR) และบริษัท ไพลอน (PYLON)

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า การส่งข้อมูลให้ ก.ล.ต.ตรวจสอบเพิ่มเติม ตลท.ยืนยันว่ามีการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันทั้งในบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ขนาดใหญ่และเล็ก

“กรณีนี้ ก.ล.ต.ตรวจสอบได้ข้อสรุปและเปิดเผยข้อมูลออกมาอย่างรวดเร็ว ถือเป็นข้อดี เพราะเป็นคดีตัวอย่าง จะทำให้ผู้ที่จะกระทำความผิดในอนาคตเกิดความตื่นกลัวไม่กล้าจะทำผิด เพราะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเอาจริง ไม่ได้มีการละเว้น และปฏิบัติเท่าเท่าเทียมกัน เป็นการสะท้อนว่ามีซีจีที่ดี” นางเกศรา กล่าว

นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ระบุว่า กรณีนี้จะส่งผลกระทบต่อการประเมินซีจีของ CPALL ในปี 2559

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค