
สหรัฐรุกทีพีพีทั้งภูมิภาค
แม้ว่าจะอยู่ในช่วงศึกษา แต่ล่าสุด นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) โดยเฉพาะประเด็นราคายาและลิขสิทธิ์ จะทำให้ไทยเสียประโยชน์ ในขณะที่ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) จะเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นการส่งออกและเศรษฐกิจของไทยมากกว่า
แม้ว่าจะอยู่ในช่วงศึกษา แต่ล่าสุด นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) โดยเฉพาะประเด็นราคายาและลิขสิทธิ์ จะทำให้ไทยเสียประโยชน์ ในขณะที่ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) จะเป็นประโยชน์ในการกระตุ้นการส่งออกและเศรษฐกิจของไทยมากกว่า
“แม้ว่าการเข้าร่วมทีพีพีมีทั้งได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ แต่ประเด็นเรื่องราคายาและสิทธิบัตรยาถือเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับไทย และไทยควรเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจเข้าร่วมทีพีพีผ่านการหารืออย่างมีหลักการ เพื่อศึกษาถึงผลกระทบที่มีต่อไทย” นางเดือนเด่น กล่าว
นางเดือนเด่น กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าในภาคการผลิต ส่วนแบ่งตลาด และการลงทุนทางตรงจากต่างชาติ (FDI) ของไทยปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องสวนทางกับประเทศอื่นในอาเซียน แม้ไทยจะมีการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรีราว 12 ฉบับ แต่ก็ไม่ช่วยเปิดตลาดใหม่ให้ไทยเลย จึงไม่อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเข้าร่วมทีพีพีมากเกินไปจนละเลยโครงสร้างภาคอุตสาหกรรม
ด้าน นางคริสตินา เควิน ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเด็นสิทธิบัตรยาที่หลายฝ่ายกังวลเรื่องราคาและการเข้าถึงยานั้น ขอยืนยันว่าการขยายเวลาคุ้มครองสิทธิบัตรยาจะช่วยให้เกิดนวัตกรรมยาใหม่ๆ และขอย้ำว่าทุกคนสามารถเข้าถึงยาสามัญได้
“สหรัฐต้องการให้ทีพีพีครอบคลุมทุกประเทศในภูมิภาค เพราะจะส่งเสริมให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้นกว่าเดิม และยินดีรับไทยและประเทศที่สนใจเข้าร่วมความตกลงทีพีพีด้วย ขณะที่กระบวนการลงนามสัตยาบันรับรองของสมาชิกทีพีพีจะมีขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” นางคริสตินา กล่าว







