posttoday
สคบ.สกัดแชร์ลูกโซ่ป่วนขายตรง

สคบ.สกัดแชร์ลูกโซ่ป่วนขายตรง

03 ธันวาคม 2558

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ปัจจุบันธุรกิจขายตรงเข้าถึงผู้คนมากขึ้น เห็นได้จากการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการหน้าใหม่ โดยเฉพาะศิลปินดาราที่เห็นโอกาสการลงทุนเปิดตัวกิจการกันอย่างคึกคัก

อำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า ข้อมูลของ สคบ.พบว่าขณะนี้มีบริษัทขายตรงที่ขึ้นทะเบียนกับทาง สคบ.กว่า 1,100 บริษัท โดยตั้งแต่ต้นปี 2558 มีผู้ประกอบการยื่นขอจดทะเบียนบริษัทขายตรงกว่า 60 บริษัท และได้รับการอนุมัติแล้วไม่ต่ำกว่า 40 บริษัท

ทั้งนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือในปีนี้มีบรรดาศิลปินดารา นักร้อง แห่เข้ามาเปิดตัวธุรกิจ เพื่อหวังชิงความสำเร็จในธุรกิจ อีกด้านหนึ่งบรรดาบริษัทขายตรงหลายแห่งที่ดำเนินธุรกิจมาก่อนหน้า ก็เริ่มออกอาการที่จะไปต่อไม่ไหว ทยอยปิดตัวลงไปหลายราย เนื่องจากกลายเป็นธุรกิจขายตรงกลายพันธุ์ หรือแชร์ลูกโซ่  

“ที่ผ่านมา แม้ว่า สคบ.จะพยายามแก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองดูแลผู้บริโภค แต่ปัญหาดังกล่าวก็ไม่มีทีท่าว่าจะหมดไป เนื่องจากแนวทางส่วนใหญ่มักถูกแก้ไขที่ปลายเหตุ อาทิ เกิดความเสียหายจากผู้ร้องทุกข์ขึ้น สคบ.จึงสามารถใช้อำนาจทางกฎหมายเข้าจัดการได้ ยิ่งที่ผ่านมาบางกรณีแม้รู้ว่ามีการกระทำความผิด แต่ไม่มีผู้ร้องทุกข์ สคบ.ก็ทำอะไรไม่ได้ จนปล่อยให้ความเสียหายกระจายเป็นวงกว้าง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้น” อำพล กล่าว

ปัจจุบันปัญหาของผู้บริโภคมีมากมาย รวมถึงปัญหาแชร์ลูกโซ่ที่แอบอ้างการทำธุรกิจขายตรงเพื่อหวังผลประโยชน์กับประชาชน ซึ่งกำลังระบาดหนัก โดยเฉพาะแชร์ลูกโซ่ที่มาในรูปลักษณะของการทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ที่มีการระบาดอย่างหนัก

ปัจจัยที่มีส่วนให้แชร์ลูกโซ่ระบาดหนักในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ประชาชนมีรายได้ลดลง จึงเป็นช่องทางให้กลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาหลอกลวงให้เข้าร่วมลงทุน โดยเสนอผลตอบแทนที่สูงเพื่อจูงใจ

สำหรับการแก้ไขเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ทาง สคบ.ได้ประสานความร่วมมือไปยังสมาคมขายตรงต่างๆ พร้อมมีมาตรการทุก 6 เดือน ต้องมีรายงานเข้ามา เพื่อให้รู้ว่ามีบริษัทใดบ้างที่มีความเคลื่อนไหวเชิงธุรกิจและบริษัทใดที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจแล้ว

ขณะเดียวกัน สคบ.ยังได้ปรับยุทธศาสตร์การทำงานใหม่ โดยเน้นการทำงานเชิงรุกมากกว่าการตั้งรับ โดยมีการปรับปรุงวิธีการทำงานเป็นเชิงรุก หรือเน้นป้องปรามก่อนที่จะเกิดปัญหาจากการทำงานรูปแบบเดิมที่ตามไปช่วยไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหา เมื่อมีผู้ร้องเรียนเข้ามา

ขณะเดียวกัน สคบ.ยังได้ตั้งศูนย์บริการผู้บริโภค ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา แจ้งวัฒนะ ซึ่งทาง สคบ.ได้เรียกชื่อว่าศูนย์ราชการสะดวก ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคโดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานราชการเข้ามาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาด้านผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นทนายอาสาที่รับปรึกษาในเรื่องกฎหมายด้านคุ้มครองผู้บริโภค

นอกจากนี้ สคบ.พยายามที่จะเร่งผลักดันเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 โดยมีแผนจะผลักดันให้แก้ไขกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป รวมทั้งการเพิ่มบทลงโทษผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจผิดไปจากแผนที่ได้ขออนุญาตไว้

ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของ สคบ.ที่รุกหนักเพื่อสร้างมาตรฐานที่ดีให้กับธุรกิจขายตรง

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ