
ถอดรหัส6เทรนด์โลก รับตลาดปีวอกดิจิทัล
โลกดิจิทัลที่เปลี่ยนรวดเร็วกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับไป ทำให้เกิดแนวโน้มหรือเทรนด์ใหม่ทั่วโลก 6 เทรนด์ใหญ่ๆ ในปี 2559 นี้
โลกดิจิทัลที่เปลี่ยนรวดเร็วกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับไป ทำให้เกิดแนวโน้มหรือเทรนด์ใหม่ทั่วโลก 6 เทรนด์ใหญ่ๆ ในปี 2559 นี้ ดังนั้นเพื่อให้สินค้าบริการรวมทั้งแบรนด์ วางกลยุทธ์สื่อสาร ทำตลาดให้ทันกับความผันเปลี่ยน บริษัท เอ็ม อาร์ เอ็ม//แมคแคน จึงเปิดแนวโน้มดังกล่าว
วฤตดา วรอาคม หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและฝ่ายโซเชียล บริษัท เอ็ม อาร์ เอ็ม//แมคแคน เปิดเผยว่า แนวโน้มที่เกิดขึ้นที่ 1 วัฒนธรรมการสื่อสารภาษาดิจิทัลไลฟ์ (Digital-Born Lingo) เกิดขึ้นจากนวัตกรรมของโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผู้บริโภคในยุคนี้มองหาวิธีการและมุมมองใหม่ๆ ในการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลที่หลากหลาย เพื่อให้เข้ากับกระแสปัจจุบัน แบรนด์จึงต้องพูดภาษาเดียวกันกับผู้บริโภค ดังนั้นกลยุทธ์การทำตลาดสินค้าจะหันมาใช้ดิจิทัลไลฟ์เพิ่มขึ้น เช่น การนำอีโมจิแทนคำพูด
ล่าสุด โค้กและเป๊ปซี่ในไทยเริ่มใช้ไอคอนดังกล่าวแล้ว หรือกระทั่งการทำแอพพลิเคชั่นร้านอาหารและใช้ภาพสำหรับการสั่งซื้ออาหาร และจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใช้เวลาการสื่อสารต่างๆ น้อยลงจากปี 2543 ราว 12 วินาที มาเป็นเหลือเพียง 8 วินาที ในปี 2559 กลยุทธ์การสื่อสารจึงต้องปรับให้เข้าถึงผู้บริโภคให้รวดเร็วภายใน 8 วินาทีเท่านั้น
สำหรับเทรนด์ที่ 2 จุดจบความเป็นส่วนตัว (Goodbye Privacy) คนรุ่นใหม่เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น เพื่อแลกประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิม โดยพบว่า 56% มีการแชร์สถานที่ที่ตัวเองอยู่ เป็นแนวโน้มที่สวนกระแสกับปีนี้ที่เกิดการต่อต้านเฟซบุ๊ก ไม่ต้องการแชร์ข้อมูลให้ผู้อื่นรับรู้ ซึ่งแบรนด์หรือสินค้าต้องปรับกลยุทธ์มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นและในทุกที่ทุกเวลา เช่น แชร์ที่อยู่บริเวณสยาม สินค้าอาจส่งข้อความเพื่อมอบโปรโมชั่นในขณะนั้นเลย
การเติบโตของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดจากเทคโนโลยีแบบสวมใส่ได้ (Wearables) ในปี 2558 มาสู่โลกเสมือนจริง (Virtual Reality) หรือเรียกว่าเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของ VR (A year of VR) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่ 3 จะเกิดขึ้นในไทยอีก 2 ปีข้างหน้า โดยคนเป็นศูนย์กลางของประสบการณ์ไม่ใช่แค่ได้รับประสบการณ์เพียงอย่างเดียว ซึ่งโอกาสการทำตลาดดิจิทัลเปิดโอกาสให้แบรนด์สร้างคอนเทนต์รูปแบบใหม่ แทนการใช้ดารามาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อตอบสนองเทคโนโลยีแบบให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมแบบ 360 องศา
ขณะที่การทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าที่มาแรง กำลังจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปหรือเรียกว่าเป็นเทรนด์ที่ 4 ระบบนิเวศการซื้อขายทางออนไลน์แบบครบวงจร (E-commerce Ecosystem) การซื้อขายสินค้าทางออนไลน์จะสามารถเสิร์ชสินค้าและสั่งซื้อได้เลย จากเดิมการค้นหาข้อมูลทางโทรศัพท์มือถือจะยังไม่สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ เพราะแยกออกจากกัน ขณะนี้เฟซบุ๊กเปิดตัว Search Engine แล้วเช่นเดียวกัน
“จากนี้ไปการค้นหาข้อมูลผ่านทาง Google จะเป็นเพียงข้อมูลระดับแมส และมีผู้ใช้เฉพาะในต่างจังหวัดมากกว่า และกระแสจะเริ่มคลายความนิยมไป จากการที่ผู้บริโภคต้องการค้นข้อมูลในเชิงลึก หรือเฉพาะเจาะจงผ่านทาง www.pinterest.com มากกว่า” วฤตดา กล่าว
วฤตดา กล่าวว่า เทรนด์ที่ 5 ความเป็นตัวตนที่แท้จริง (Be yourself-vertising) แบรนด์และสื่อต่างๆ จะออกมามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานใหม่ๆ ที่พูดถึงความเป็นจริงของคนทั่วไป และออกมาเปิดประเด็นเป็นกระบอกเสียง เช่น การพูดถึงความเท่าเทียมเรื่องเพศ และจากชีวิตคนเมืองมีแต่ความเครียด ความปั่นป่วนทางสังคม จึงเกิดเทรนด์ที่ 6 ความเห็นอกเห็นใจกับเพื่อนมนุษยชาติ (Humankind) จึงเกิดจิตสำนึกดีงามในการช่วยเหลือกันและกัน แต่เป็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เป็นเครื่องมือมากขึ้น อาทิ การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือสังคมผู้สูงอายุในญี่ปุ่น
ด้าน รัฐกร โพธาราม ผู้จัดการทั่วไปและกรรมการผู้จัดการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท เอ็ม อาร์ เอ็ม//แมคแคน กล่าวว่า เทรนด์ที่ 1 กับเทรนด์ที่ 4 จะเกิดขึ้นในไทยอย่างแน่นอน ขณะที่กลยุทธ์การสื่อสารทางโฆษณาแบบตรงไปตรงมาหรือขายสินค้าอย่างเดียวใช้ไม่ได้ผล สินค้าต้องปรับการสื่อสารให้ผู้บริโภคทำเพื่อสังคมหรือตัวเองในทางที่ดีขึ้น การใช้สื่อโฆษณาไม่ควรมองว่าเป็นออนไลน์หรือออฟไลน์ แต่สิ่งสำคัญต้องสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภค การเกิดโลกเสมือนจริง ทำให้เกิดโฆษณาหลายมิติ
ในส่วนของโซเชียลมีเดียจะเริ่มคลายความนิยมในปีหน้า แบรนด์หรือสินค้าที่สื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียต้องปรับกลยุทธ์มาสร้างเว็บบล็อก (Blog) ขึ้นมาของบริษัทเอง เพื่อควบคุมการสื่อสารได้โดยตรง แต่ความยากต้องสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดใจผู้บริโภคให้เข้ามา ส่วนข้อดีสามารถเก็บข้อมูลของผู้บริโภคได้ และในยุคนี้ผู้บริโภคชอบชมมากกว่าชอบอ่าน แพลตฟอร์มวิดีโอผ่านทาง YouTube ยังใช้ได้ผลดี ส่วนอุปสรรคการทำเฟซบุ๊กควบคุมการสื่อสารได้ยาก
ความท้าทายในปี 2559 คงเป็นเรื่องการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีแบบเต็มศักยภาพ ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาสิ่งที่เกิดขึ้นในรูปแบบเรียลไทม์ ในยุคที่การค้นหาไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งการเกิดวัฒนธรรมดิจิทัลที่ผสมผสานอย่างไร้รอยต่อ สินค้าต้องสร้างเรื่องราวอย่างมีมุมมองและสร้างสรรค์ประสบการณ์ให้กับผู้บริโภค จะเป็นจุดเปล่ี่ยนการสื่อสาร







