posttoday
ตู้แช่ ‘เดอะ คูล’ ผงาดตลาดอาเซียน

ตู้แช่ ‘เดอะ คูล’ ผงาดตลาดอาเซียน

01 ธันวาคม 2558

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

หากเอ่ยชื่อตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งแบรนด์ “เดอะ คูล” คงมีน้อยคนที่จะรู้จักถ้าไม่ได้อยู่ในแวดวงอุตสาหกรรมแช่เย็นและแช่แข็ง แต่ในแง่ของศักยภาพธุรกิจแล้ว ถือว่าเป็นแบรนด์ที่ต้องรีบทำความรู้จัก เพราะนี่คือผู้ผลิตและอยู่เบื้องหลังการให้บริการเช่าและซ่อมตู้แช่ให้กับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ๆ ของโลก ทั้งเนสท์เล่ ฮาเก้น-ดาส บิ๊กซี เทสโก้ โลตัส และแม็คโคร

ประชา ประคุณศึกษาพันธ์ ประธานกรรมการ บริษัท เดอะ คูล กรุ๊ป บอกว่า เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับตลาดในอนาคต บริษัทมีแผนเร่งขยายธุรกิจในตลาดที่กำลังเติบโต โดยพุ่งเป้าไปที่กลุ่มประเทศอาเซียนอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเมียนมา เรื่อยไปจนถึงเอเชียใต้อย่างปากีสถาน เพราะขณะนี้เศรษฐกิจอเมริกากับยุโรปกำลังตกต่ำ ตลาดเอเชียจึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการลงทุนมากที่สุด

ผู้บริหารเดอะ คูล กล่าวอย่างมั่นใจว่า ธุรกิจตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งในอาเซียนไม่มีทางอิ่มตัวง่ายๆ แต่จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ สอดคล้องกับจำนวนประชากรในอาเซียนที่มีมากขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคชนชั้นกลางที่มีไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป หันมาบริโภคอาหารแช่เย็นแช่แข็ง อาหารพร้อมทานมากขึ้น ส่งผลให้ร้านค้าสะดวกซื้อขยายตัวเพิ่มขึ้นในทุกๆ ประเทศ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ธุรกิจตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็ง รวมถึงอุปกรณ์ทำความเย็นขยายตัวตามไปด้วย

ทั้งนี้ เขามั่นใจว่า การเปิดเสรีอาเซียนจะยิ่งสนับสนุนให้อุตสาหกรรมตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งขยายตัวเพิ่มอีก 100% ภายใน 3-4 ปีข้างหน้าได้ไม่ยาก

ประชาขยายความต่อว่า การขยายธุรกิจในประเทศกลุ่มอาเซียน เดอะ คูล ไม่ได้เน้นเรื่องขายหรือทำตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับธุรกิจด้านบริการหลังการขายด้วย แม้จะมีความรวดเร็วไม่เท่ากับบริการในประเทศไทยก็ตาม

“หากลูกค้ามีปัญหาเรื่องสินค้าที่ซื้อไป ผมส่งช่างไปซ่อมให้ถึงที่ ถ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 5 จังหวัด ผมรับประกันการให้บริการไม่เกิน 4 ชั่วโมงต้องถึงที่ ถ้าไม่ทันและทำให้สินค้าที่แช่ไว้ละลายเสียหาย ก็จะจ่ายเงินชดเชย เราเป็นรายเดียวในโลกที่กล้ารับประกันเรื่องนี้ และถือเป็นจุดแข็งของบริษัทที่ทำให้กล้าเข้าไปแข่งขันในตลาดต่างประเทศ แต่ก็ต้องยอมรับว่า การซ่อมสินค้าในต่างประเทศอาจไม่สามารถการันตีเวลาที่รวดเร็วเท่ากับเมืองไทย เพราะยังมีบุคลากรไม่เพียงพอ”

ปัจจุบัน เดอะ คูล มีสำนักงานสาขาในอินโดนีเซีย 6 สาขา มาเลเซีย 7 สาขา เวียดนาม 3 สาขา ฟิลิปปินส์ 27 สาขา ซึ่งในฟิลิปปินส์เป็นการจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศูนย์กระจายสินค้าอยู่แล้ว และเพิ่งเปิดสาขาใหม่ในเมียนมา 1 สาขา ซึ่งสาขาที่เปิดในประเทศเหล่านี้จะเน้นการให้บริการซ่อมตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งของแบรนด์ต่างๆ จะมีเพียงสาขาในฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ที่ทำทั้งธุรกิจจำหน่ายตู้แช่เย็นและ
ตู้แช่แข็งของเดอะ คูล และให้บริการซ่อมตู้ทุกแบรนด์ด้วย

สำหรับแผนธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทมีแผนจะลงทุนขยายเครือข่ายเพิ่มทั้งในตลาดเวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รวมทั้งเข้าไปทำตลาดในเมียนมาให้แข็งแกร่งมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ และมีแผนจะขยายตลาดเข้าไปยัง สปป.ลาว และกัมพูชาเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าว่าแต่ละปีจะเพิ่มสาขาให้ได้อย่างน้อย 2-3 สาขา/ประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายด้านการบริการให้แข็งแกร่ง ก่อนจะเริ่มทำธุรกิจขายปลีกตู้แช่แบรนด์เดอะ คูล ในรูปแบบเดียวกับที่บริษัทใช้ทำตลาดในเมืองไทย

ในอนาคต บริษัทยังมีแผนจะสร้างโรงเรียนฝึกอบรมบุคลากร(อะคาเดมี) ของเดอะ คูล ในแต่ละประเทศเพื่อผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพตรงกับความต้องการของธุรกิจ และเมื่อเครือข่ายด้านบริการแข็งแกร่งดีแล้ว บริษัทจะพิจารณาว่าตลาดใดมีการเติบโตสูง ก็จะเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานในประเทศนั้นๆ

ขณะที่ตอนนี้เริ่มมองหาโรงงานในประเทศจีน เพื่อทำหน้าที่รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ให้กับแบรนด์ เดอะ คูล เพื่อที่จะทำให้ง่ายต่อการเจาะตลาดกลุ่มมินิมาร์ต ร้านสะดวกซื้อ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วอาเซียน และมีความต้องการตู้แช่แข็ง แช่เย็น มากขึ้นไปด้วย และเพื่อให้สอดคล้องกับแผนดังกล่าว บริษัทกำลังเตรียมตัวจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อระดมทุนมาขยายกิจการด้วย

ประชายังกล่าวถึงการลงทุนในต่างประเทศว่า แต่ละประเทศมีกฎระเบียบการลงทุนแตกต่างกัน โดยเฉพาะการจดทะเบียนทำธุรกิจ รวมถึงขั้นตอนการลงทุน

“หากผู้ประกอบการต้องการออกไปขยายธุรกิจในต่างประเทศจะต้องรู้จักคน ต้องมีพาร์ตเนอร์ที่ดี มีความมุ่งมั่น ผมเชื่อว่าหากตั้งใจทำจริงๆ คนไทยแบบเราๆ ไม่แพ้ใครแน่นอน แต่ที่สำคัญต้องเข้าใจว่าตัวเองมีความถนัดอะไร และต้องรู้จักพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะด้านภาษา ต้องพยายามหาเครือข่ายธุรกิจที่ดีไว้ อนาคตจะมองแค่ตลาดในประเทศไม่ได้ เพราะถ้าเราไม่ไป เขาก็จะเข้ามา”

ทั้งนี้ ประชาตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 5 ปีนับจากนี้ (2559-2563) เขาจะปั้นแบรนด์ เดอะ คูล ให้ขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ในทุกตลาดของอุตสาหกรรมตู้แช่เย็นและตู้แช่แข็งของอาเซียนให้ได้ทั้งส่วนของการผลิต การจำหน่ายและการบริการ จากปัจจุบันครองแชมป์เฉพาะด้านบริการเพียงเท่านั้น ส่วนด้านการผลิตและจำหน่ายยอมรับว่าปัจจุบันเป็นอันดับ 3 ของตลาด รองจากซันเด้น และพานาโซนิค

ขณะที่ด้านรายได้นั้น คาดหวังว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า จะต้องผลักดันรายได้รวมไปให้ถึงระดับ 5,000 ล้านบาท/ปี เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มียอดขายรวมอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท และสัดส่วนรายได้จะมาจากตลาดในประเทศ 20% และต่างประเทศ 80%

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69