posttoday
‘ทูดูลิสต์’ บุกเวียดนาม 1ปีไม่ม้วนเสื่อกลับบ้าน

‘ทูดูลิสต์’ บุกเวียดนาม 1ปีไม่ม้วนเสื่อกลับบ้าน

30 พฤศจิกายน 2558

“1 ปี คืออายุเฉลี่ยของธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม”

“1 ปี คืออายุเฉลี่ยของธุรกิจไทยที่เข้าไปลงทุนในเวียดนาม”

นี่คือข้อมูลที่ มาลินี หาญบุญทรง อดีตกงสุลฝ่ายการพาณิชย์และผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ โฮจิมินห์ซิตี้ ได้รับมาจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีธุรกิจที่ล้มหายตายจากไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มีธุรกิจที่อยู่นานเกิน 1 ปี โดยไม่ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านเช่นกัน มาลินี เล่าว่า จากประสบการณ์ของเธอและการพูดคุยกับบรรดานักธุรกิจหลายราย มีสิ่งที่นักลงทุนต้องทำ หรือ “ทูดูลิสต์” เพื่อให้อยู่ในเวียดนามได้อย่างยั่งยืน ดังนี้

1.รู้จักเส้นทางที่เวียดนามให้ความสำคัญ แม้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) จะศึกษาเส้นทางโลจิสติกส์ผ่านเข้าไปในเวียดนามหลายเส้นทาง ทั้งเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออกตะวันตก (East-West Economic Corridor) เส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตอนใต้(Southern Economic Corridor) แต่ภายใต้เส้นทางดังกล่าวก็ยังมีเส้นทางที่ได้รับการส่งเสริมจากเวียดนามมากอยู่เส้นทางหนึ่ง นั่นคือเส้นทาง R10 ทางตอนใต้

เส้นทางดังกล่าวจะผ่านกลุ่มจังหวัดแม่โขงเดลต้า เป็นแหล่งอาหาร แหล่งประมงที่สำคัญของเวียดนาม ที่สำคัญ กำลังมีการพัฒนาท่าเรือในจังหวัดก่าเมาขึ้นมาบริเวณใกล้เส้นทาง R10 ด้วยนักลงทุนจึงต้องให้ความสำคัญกับการขนส่งและการลงทุนที่สอดคล้องกับความต้องการบนเส้นทางนี้

2.รู้จักด้านที่เขากำลังโต ปัจจุบันคนจำนวนมากทราบว่าเศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเติบโตค่อนข้างรวดเร็ว หรือปีละประมาณ 6% บางคนอาจคิดว่าเขาเติบโตที่สุดในภาคอุตสาหกรรม แต่เมื่อเจาะแยกย่อยลงไปจะพบว่า สัดส่วนด้านที่มีผลให้จีดีพีเติบโตที่สุด คือภาคบริการ คิดเป็น 44% ตามด้วยภาคอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมแปรรูป 32% ภาคเกษตรกรรมและวัตถุดิบ 19% และอื่นๆ อีกราว 5%

ดังนั้น นักธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการลงทุนภาคบริการในเวียดนามด้วย โดยปัจจุบันเวียดนามเปิดกว้างให้ลงทุนธุรกิจบริการบางประเภทได้สะดวกขึ้น เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ 100% อย่างไรก็ดีธุรกิจสปานั้นชาวต่างชาติยังไม่สามารถถือหุ้นเองได้

3.รู้จักนิคมอุตสาหกรรมในเวียดนาม เนื่องจากเวียดนามมีแนวคิดว่า “ทุกจังหวัดต้องเลี้ยงตัวเองได้” ทำให้ทุกจังหวัดในเวียดนามต่างมีนิคมอุตสาหกรรมเป็นของตัวเองเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น ข้อควรรู้คือ นิคมแต่ละจังหวัดมีสิทธิประโยชน์ “แตกต่างกัน” และเมื่อจะลงทุนบางประเภทธุรกิจ ต้องผ่านการประชาพิจารณ์ก่อนด้วย

4.เข้าไปเพื่อเติมเต็ม จากประสบการณ์ที่ผ่านมา มาลินี พบว่า นักธุรกิจจำนวนหนึ่งเข้ามาลงทุนเพื่อแข่งขันกับธุรกิจในเวียดนาม บางรายชะล่าใจ คิดว่าธุรกิจเวียดนามคงตามธุรกิจตัวเองไม่ทัน เมื่อเข้าไปลงทุนจริง จึงกลายเป็นปัญหา

เธอ ระบุว่า ปัจจุบันเวียดนามกำลังส่งเสริมธุรกิจสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และเครื่องหนัง หากไทยไม่มองเขาเป็นคู่แข่ง แต่มองเขาเป็นพันธมิตร เข้าไปจับมือลงทุนเติมเต็มในบางประเภทวัตถุดิบและสินค้าที่เขาขาด จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตไปได้อย่างยั่งยืนขึ้น

5.ไม่ลืมจดทะเบียน ผู้ที่จะเข้าไปทำการค้าการลงทุนในเวียดนามต้องไม่ลืมจดทะเบียนเครื่องหมาย การค้าไว้ล่วงหน้า เพราะเคยมีกรณีผู้จัดจำหน่ายท้องถิ่นบางรายไปชิงจดทะเบียนก่อน ส่งผลให้สินค้า
ของตัวเองกลายเป็นของคนเวียดนามไป ที่สำคัญ ธุรกิจอาหารจะมีมาตรฐานอาหารและยา (อย.) ของไทยอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีของเวียดนามด้วย

6.เข้าร่วมทุกงานอีเวนต์ เรื่องดังกล่าวถือเป็นเคล็ดลับของธุรกิจหลายราย ไม่ว่าหน่วยงานราชการ หน่วยงานเอกชนของไทยหรือเวียดนามจะจัดงานอะไรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของตัวเอง ก็หมั่นเข้าไปร่วมกิจกรรม เพื่อประชาสัมพันธ์ตัวเองและธุรกิจให้เป็นที่รู้จัก

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ หนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ ร่วมกับบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (เอพีเอ็ม) บริษัท อมตะ วีเอ็น เล็งเห็นความสำคัญของการช่วยให้ธุรกิจไทยมีโอกาสลงทุนในเวียดนาม จึงจัดสัมมนาเรื่อง “กรุงเทพฯ-โฮจิมินห์ สะพานเศรษฐกิจแห่งอนาคต” ในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เอเชียน่า ไซง่อน โฮจิมินห์ซิตี้ ประเทศเวียดนาม เพื่อให้นักธุรกิจไทยได้ลงพื้นที่และทราบข้อมูลเชิงลึกจากผู้เกี่ยวข้องทั้งชาวไทยและชาวเวียดนาม

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69