
วัฒนธรรมข้ามชาติ
เมื่อวันก่อนได้ไปเป็นวิทยากรอบรมวัฒนธรรมข้ามชาติ ตั้งแต่มารยาทสังคมไปจนถึงมารยาทการรับประทานอาหารให้กับผู้บริหารในองค์กรหลายแห่ง เพราะเรื่องวัฒนธรรมข้ามชาติส่งผลถึงบุคลิกภาพทางธุรกิจของพนักงาน และเป็นการรักษาภาพลักษณ์องค์กรโดยตรง
เมื่อวันก่อนได้ไปเป็นวิทยากรอบรมวัฒนธรรมข้ามชาติ ตั้งแต่มารยาทสังคมไปจนถึงมารยาทการรับประทานอาหารให้กับผู้บริหารในองค์กรหลายแห่ง เพราะเรื่องวัฒนธรรมข้ามชาติส่งผลถึงบุคลิกภาพทางธุรกิจของพนักงาน และเป็นการรักษาภาพลักษณ์องค์กรโดยตรง
การฝึกอบรมจะจบด้วยการฝึกรับประทานอาหารแบบตะวันตก เพราะการจับและใช้มีดคู่กับส้อมในการรับประทานอาหารไม่เหมือนกับการใช้มีดปอกมะม่วง
เนื้อหาเรื่องวัฒนธรรมข้ามชาติเป็นเรื่องกว้าง แต่เราก็ไม่ควรเน้นให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมตะวันตกจนลืมไปว่าวัฒนธรรมเอเชียในหลายพื้นที่มีความละเอียดอ่อนและควรรู้ เพราะแม้แต่การใช้ตะเกียบ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ก็ยังต่างกัน
ส่วนในภาคการท่องเที่ยว... นักท่องเที่ยวในปัจจุบันก็ควรเรียนรู้วัฒนธรรมข้ามชาติเพื่อปฏิบัติตนให้สอดคล้องกับประเทศที่เดินทางไปเที่ยวเหมือนกัน ซึ่งเราคงได้เห็นข่าวทีวี ภาพนักท่องเที่ยวจีนนำลูกออกมาถ่ายทุกข์ที่หน้าร้านแฮร์รอดส์ในลอนดอนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก
นั่นเป็นเรื่องการไม่เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมข้ามชาติค่ะ
ระยะหลังมานี้คนไทยออกเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมาก และหลายองค์กรก็มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจการค้ากับญี่ปุ่น แต่บางครั้งข่าวที่ออกมาทำให้เรารู้สึกว่าไม่เหมาะไม่ควร
เราไปญี่ปุ่นหวังจะไปกินปลาดิบและอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ แต่ก่อนจะไปถึงจานปลาดิบหรือหลังกินปลาดิบเสร็จแล้ว เราก็ต้องอยู่ในวัฒนธรรมเขาจนกว่าเราจะขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน หากทำอะไรไม่ถูกไม่ควร คนญี่ปุ่นก็อึดอัดกับเราเหมือนกัน
บริษัททัวร์น่าจะทำเอกสาร Do and Don’t ให้กับลูกทัวร์ บอกถึงรายละเอียดในเรื่องวัฒนธรรมข้ามชาติในเรื่องที่สำคัญๆ เพื่อที่ว่านักท่องเที่ยวจากประเทศเราจะไม่ต้องกลายเป็นคนที่ไปทำร้ายจิตใจเจ้าของบ้าน...
ขอยกตัวอย่างง่ายๆ... ที่เพิ่งได้สัมผัสด้วยตัวเองจากการไปเที่ยวนาโกยาที่ผ่านมา ได้ยินเสียงคนพูดโทรศัพท์มือถือด้วยเสียงอันดังมาจากแห่งหนึ่งในตู้รถโดยสาร เสียงที่พูดลั่นรถนั่นเป็นภาษาไทย จึงรู้ได้เลยค่ะว่าเขาคือคนไทย
ต้องไม่ทำอย่างนี้ค่ะ...
สังคมญี่ปุ่นจะไม่พูดโทรศัพท์ในรถสาธารณะให้ใครได้ยินเด็ดขาด นั่นเป็นมารยาทสังคมและเป็นวัฒนธรรมต้องห้ามของคนญี่ปุ่นที่เข้มงวด หากต้องการพูดจริง จะต้องเอามือป้องพูดไม่ให้ใครได้ยินเสียง หรือคุยผ่านโซเชียลมีเดียแทน
แต่หากเราเดินทางบนรถชินคันเซ็นจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งใช้หลายชั่วโมง หากเราจำเป็นต้องติดต่อกับใครทางโทรศัพท์ เราต้องลุกเดินออกไปที่ท้ายห้องโดยสาร ซึ่งบริเวณหน้าห้องน้ำจะมีโทรศัพท์สาธารณะติดตั้งอยู่ ซึ่งเราจะใช้โทรศัพท์สาธารณะหรือใช้โทรศัพท์ส่วนตัวของเราเองได้
แต่ก็ต้องพูดให้เบาที่สุดเช่นกัน หากจะคุยโทรศัพท์กันแบบไม่ยั้งเสียงต้องไปคุยที่เมืองจีนค่ะ
และบางครั้งการไปทำอะไรให้คนอื่นทำนองเอื้อเฟื้อ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทางจิตใจและเป็นภาระที่เขาต้องหาทางตอบแทนให้เราเหมือนกัน
เช่น หากเรากวาดขยะที่หน้าห้องเราแล้วเลยไปกวาดขยะหน้าห้องคนที่อยู่ติดกัน หากเขารู้... นั่นจะกลายเป็นเรื่องบุญคุณที่ต้องตอบแทนกัน วันต่อมาเจ้าของห้องที่เราไปกวาดขยะให้จะตื่นแต่เช้าเพื่อมากวาดขยะหน้าห้องให้เราเป็นการตอบแทน
อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กๆ แต่นี่คือเรื่องใหญ่
นี่เป็นเรื่องของวัฒนธรรมข้ามชาติค่ะ...







