
สถาบันทิ้งหุ้นสื่อสาร
กองทุนใน-นอกประเทศ แห่ขายหุ้นสื่อสาร กังวลแข่งดุสู้ประมูลคลื่น 900 ฉุดกำไรถดถอย
กองทุนใน-นอกประเทศ แห่ขายหุ้นสื่อสาร กังวลแข่งดุสู้ประมูลคลื่น 900 ฉุดกำไรถดถอย
การซื้อขายหุ้นสื่อสาร เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา ถูกขายอย่างหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วง 4.55 จุด คิดเป็น 2.52% มูลค่าซื้อขายของกลุ่มสูงถึง 8,708.73 ล้านบาท คิดเป็น 25.85% ของมูลค่าซื้อขายรวม 33,676.79 ล้านบาท
ทั้งนี้ แรงขายของกลุ่มสื่อสารฉุดดัชนีตลาดช่วงบ่ายไหลลงไปถึงระดับ 1,363.61 จุด ลดลง 17.85 จุด ก่อนเด้งมาปิดที่ 1,365.81 จุด ลดลง 15.65 จุด หรือ 1.13% ต่างชาติขายสุทธิ 396 ล้านบาท สถาบัน-กองทุนขาย 1,566 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนในประเทศซื้อ 1,513 ล้านบาท และพอร์ตโบรกเกอร์ซื้อ 449 ล้านบาท
นอกจากนี้ หุ้นสื่อสารที่ร่วมประมูล 4จี คลื่น 1800 MHz ถูกขายมากสุดติดอันดับ 1-4 ของหุ้นที่ซื้อขายสูงสุด คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ปิดที่ 198.50 บาท ลดลง 6.50 บาท หรือ 3.17% บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) ปิดที่ 4.96 บาท ลดลง 0.14 บาท หรือ 2.75% บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ปิดที่ 66 บาท ลดลง 2 บาท หรือ 2.94% และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ปิดที่ 8.35 บาท ลดลง 0.15 บาท หรือ 1.76% ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ปิดที่ 48 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 2.04%
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า หุ้นสื่อสารปรับตัวลงหนักช่วงนี้ เกิดจากแรงขายทั้งกองทุนในประเทศและต่างประเทศ จากความกังวลการแข่งขันประมูล 4จี คลื่นความถี่ 900 MHz โดยคาดว่ามูลค่าใบอนุญาตจะมีมูลค่าใกล้เคียงหรือมากกว่าคลื่น 1800 MHz
“ADVANC มีความจำเป็นต้องชนะ ขณะที่ DTAC และ JAS ที่แพ้ประมูลคลื่น 1800 MHz จะเข้าชิงอย่างเต็มที่ ส่วน TRUE แม้จะมีใบอนุญาตในมือมากพอสมควรแล้วแต่จะไม่ยอมง่ายๆ ดังนั้นสถาบันจึงมองลบ เพราะต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้อัตรากำไรลดลง เพราะไม่ใช่แค่ค่าใบอนุญาต ยังมีค่าลงทุนขยายเครือข่าย งบเพื่อขยายการตลาด ซึ่งสถาบันส่วนใหญ่ไม่ชอบหุ้นที่มีค่าใช้จ่ายการลงทุนมาก ในระยะสั้น 6-12 เดือน กลุ่มนี้จึงไม่น่าลงทุน” นายปริญญ์ กล่าว
ทั้งนี้ แนะนำขาย ADVANC แม้ว่าจะครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ได้ แต่สัดส่วนจะลดลงเพราะการแข่งขันที่มากขึ้น ขณะที่การลงทุนสูงกระทบการจ่ายเงินปันผลน้อยลง ซึ่งหากธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ยตามคาดในเดือน ธ.ค.นี้ ความน่าสนใจต่ออัตราผลตอบแทนปันผลของ ADVANC จะลดลงทันที ทำให้นักลงทุนต่างชาติไม่เข้าซื้อ และเสี่ยงต่อการขายออกเพื่อนำเงินไปหาการลงทุนที่ผลตอบแทนดีกว่าในระยะสั้น ดังนั้น จึงปรับลดราคาเป้าหมายจาก 205 บาท เป็น 200 บาท และมีโอกาสปรับลงอีก หากมูลค่าการประมูลคลื่น 900 MHz เกินใบละ 3.5 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ บล.เครดิต สวิส กรุ๊ป คงคำแนะนำหุ้น TRUE ที่ต่ำกว่าตลาด คงราคาเป้าหมายที่ 3.30 บาท แม้รายได้จากการให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ขยายตัวได้สูงกว่าคู่แข่งอย่าง ADVANC และ DTAC แต่ยังคงมีปัญหาความสามารถในการทำกำไร โดยไตรมาส 3/2558 TRUE มีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 15.7% สูงกว่า ADVANC ที่ขยายตัว 2% และ DTAC ที่ขยายตัว 1.5% เท่านั้น แต่ยังคงชะลอตัวจากที่ขยายตัว 18.7% ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน และคาดว่าการขยายส่วนแบ่งตลาดของ TRUE ในปี 2559 ทำได้ยากขึ้น เนื่องจาก ADVANC จะเริ่มให้บริการระบบ 4จี ในปีหน้า และ DTAC มีแผนที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพในการให้บริการ
อย่างไรก็ตาม แม้ TRUE จะชนะการประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz แต่ราคาประมูลที่สูงทำให้ภาระหนี้ของ TRUE เพิ่มขึ้นอีก โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.7 เท่า ขณะที่ราคาหุ้นในขณะนี้ซื้อขายที่ระดับสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) ปี 2559 ที่ 568 เท่า
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ธนชาต มองว่า กลุ่มสื่อสารยังกดดันตลาดหุ้นต่อไป แม้ตลาดหุ้นโลกเริ่มดีดกลับแต่การปรับลดลงของหุ้นกลุ่มสื่อสารอย่างต่อเนื่อง กดดันบรรยากาศตลาดโดยรวม ซึ่งหุ้น ADVANC INTUCH ปรับลดลงมากเกินไป โดยปรับลดลงแรง 11-12% ตั้งแต่ประมูลคลื่น 1800 MHz สะท้อนราคาประมูลคลื่นที่แพงกว่าที่คาดการณ์ไว้แล้ว ขณะที่คาดการณ์ผลการดำเนินงาน ADVANC และ INTUCH ไม่มีการเติบโตในปี 2559-2560 แต่มองความเสี่ยงที่ราคาจะปรับตัวลงมีจำกัดแล้ว เนื่องจากระดับราคาปัจจุบันของ ADVANC INTUCH ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 6.4-7% ในระยะ 12 เดือนข้างหน้า







