posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

26 พฤศจิกายน 2558

ตรวจเข้มปลอมปนหอมมะลิขายผู้บริโภค

ตรวจเข้มปลอมปนหอมมะลิขายผู้บริโภค

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การค้าภายในจังหวัดและเจ้าหน้าที่สายด่วน 1569 ออกตรวจสอบพื้นที่ท่าข้าวในภาคตะวันเฉียงเหนือและภาคเหนือ หลังได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่และผู้ประกอบการโรงสีในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ ศรีสะเกษ และภาคเหนือใน จ.พะเยา และเพชรบูรณ์ ซึ่งเจอการปลอมปนข้าวหอมมะลิ โดยการนำข้าวเปลือกนาปรังมาผสมกับข้าวหอมมะลิแล้วนำมาขายให้กับโรงสีและประชาชน เพื่อหวังส่วนต่างจากราคาข้าวหอมมะลิและข้าวเจ้าที่มีราคาแตกต่างกัน ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายและสร้างความเสียหายต่อภาพพจน์ข้าวหอมมะลิไทย

“หากเอาเปรียบผู้บริโภค โก่งราคาขายและค้ากำไรเกินควร จะได้ใช้กฎหมายเข้าจัดการเด็ดขาด และจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ซึ่งตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ โทษปรับ 1.4 แสนบาท จำคุก 7 ปี หรือจำทั้งปรับ” อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว

สำหรับราคาข้าวเปลือกหอมมะลิตกต่ำเหลือตันละ 9,000 บาทนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นข้าวเปลือกความชื้นสูงเกิน 30% ซึ่งเกิดจากการที่ชาวนารีบเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนเวลา หากเป็นข้าวที่มีความชื้น 15% ราคายังเป็นไปตามเป้าหมายไว้ โดยชาวนาสามารถนำข้าวมาเข้าร่วมฝากเก็บไว้ในยุ้งฉาง โดยจะได้ราคาตันละ 1.35 หมื่นบาท ค่าฝากเก็บอีก 1,000 บาท

คุมสินค้าเกษตรทะลัก

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน โดยดำเนินการตามพันธกรณีใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1.การลดภาษีและขยายโควตาสินค้าเกษตร ซึ่งดำเนินการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์เสร็จเรียบร้อยแล้ว 2.กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร 23 รายการ ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว คือ มาตรฐานสินค้าพืชสวน เช่น ฝรั่ง ลองกอง มังคุด กล้วย แตงโม กระเทียม หอมแดง สร้างมาตรฐาน ASEAN GAP เช่น การกำหนดค่าสารพิษตกค้างสูงสุดสำหรับสารกำจัดศัตรูพืช การเสริมสร้างความร่วมมือในการป้องกันและขจัดปัญหาประมง IUU และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์

นอกจากนี้ จะเร่งเพิ่มศักยภาพด่านสินค้าเกษตร 6 ด่าน (แม่สอด อรัญประเทศ คลองใหญ่ มุกดาหาร สะเดา ปาดังเบซาร์) ให้เป็นมาตรฐานสากล โดยมีระบบตรวจสอบสินค้าที่ได้มาตรฐานสากล

ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้กรมชลประทานได้เร่งรัดในการจ้างเกษตรกรที่ประสบภัยแล้งเป็นแรงงานในการขุดลอกคูคลองให้มากขึ้น จากปัจจุบันจ้างงานไปแล้ว 3 หมื่นกว่าราย เนื่องจากบางพื้นที่คนสมัครน้อย โดยกรมชลประทานมีงบประมาณในการจ้างงานประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทำให้เกษตรกรมีรายได้ประมาณ 7,700 บาท/คน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ